Showing posts with label วันสำคัญสากล. Show all posts
Showing posts with label วันสำคัญสากล. Show all posts

Friday, March 7, 2014

ตรุษจีนแล้ว เฮงๆๆ ขอให้เฮงกันทั่วหน้านะขอรับ


( ภาพโดย Google Doodle จาก Google )

เอาล่ะในที่สุด วันตรุษก็มาถึงแล้ว~~~ เย้~~ กินซุปเฮงๆแล้วกันจะได้อังเป๋าโตๆ >w<

Google ได้เปลี่ยนโลโก้อีกครั้งเพื่อฉลองเนื่องในวันตรุษจีนที่มาถึงนี้ โดยเป็นรูปของเด็กผู้หญิงและชายคู่หนึ่งซึ่งกำลังเล่นของเล่นซึ่งเข้ากับวันตรุษจีนอย่างมากเลย 

ไหนๆก็วันตรุษจีนแล้ว กระผมก็ขอพาไปรู้จักกับวันตรุษจีนกันสักนิดแล้วกันขอรับ

จุดเริ่มต้นวันตรุษจีน


( ภาพโดย คุณ ขอบคุณที่รักกัน จาก bloggang )

สำหรับที่มาของวันตรุษจีน นั้น เชื่อกันว่าประเพณีนี้มีมานานกว่าสี่พันปีแล้ว จัดขึ้นเพื่อฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เดิมที่ไม่ได้เรียกว่าเทศกาลตรุษจีน แต่มีชื่อเรียกต่างกันตามยุคสมัย นั่นคือเมื่อ 2100 ปีก่อนคริสตศักราชจะเรียกว่า "ซุ่ย" ซึ่งมีความหมายถึงการโคจรครบหนึ่งรอบของดาวจูปิเตอร์ จนกระทั่งต่อมาในยุค 1000 กว่าปีก่อนคริสตศักราช เทศกาลตรุษจีนจะถูกเรียกว่า "เหนียน" หมายถึงการเก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์นั่นเอง

และแน่นอนเมื่อถึงวันตรุษจีน สิ่งที่ตามมา คือ คำถามเกี่ยวกับวันตรุษจีนนั้นเอง เช่น ประวัติเป็นอย่างไร มีคำอวยพรอะไรดีๆบ้าง ซึ่งงานนี้กระผมได้ไปหามาให้ถึง 7 คำถามด้วยกัน มาดูกันขอรับ ว่ามีอะไรบ้าง?

7 คำถามสุดฮิตประจำวันตรุษจีน


( ภาพโดย kapook จาก kapook)

1. วันตรุษจีน 2557 ตรงกับวันที่เท่าไหร่ หยุดกี่วัน?

          ใครที่กำลังพลิกปฏิทินหาอยู่ล่ะก็ ฟังทางนี้เลย~~ สำหรับวันตรุษจีน 2557 นี้ ตรงกับวันศุกร์ ที่ 31 มกราคม 2557 นั่นเอง ซึ่งวันตรุษจีนไม่ถือเป็นวันหยุดราชการนะ แต่ตามบริษัทห้างร้านของคนจีนอาจจะอนุญาตให้ลูกจ้างได้หยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน ถือเป็นวันหยุดพักผ่อนพิเศษสำหรับคนจีน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าบริษัทไหน หรือร้านไหนจะกำหนดให้หยุดได้กี่วัน

2. วันตรุษจีน 2557 วันจ่าย วันไหน?

          ตามธรรมเนียมของคนจีนแล้ว วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก จะเป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปหาซื้ออาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ มาเตรียมพร้อมไว้ ก่อนที่ร้านค้าต่าง ๆ จะหยุดยาวในช่วงวันตรุษจีน ซึ่งจะตรงกับวันก่อนวันสิ้นปี โดยในปี 2557 นี้ วันจ่าย ก็คือวันพุธ ที่ 29 มกราคม 

3. ตรุษจีน 2557 วันไหว้ วันไหน?

          วันไหว้ของเทศกาลตรุษจีนก็คือ "วันสิ้นปี" ซึ่งจะเป็นวันที่มีการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ฯลฯ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ โดยในปี 2557 นี้ วันไหว้ตรุษจีน ก็คือ วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม 

4. วันตรุษจีน 2557 วันเที่ยว วันไหน?

          วันเที่ยวสำหรับชาวจีนก็คือ "วันปีใหม่" หรือ "วันตรุษจีน" วันที่ 31 มกราคม นั่นเอง และเป็น "วันถือ" ด้วย โดยในวันนี้ชาวจีนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม พากันออกไปท่องเที่ยว และไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ที่เคารพรัก ชาวจีนจะถือว่าวันนี้เป็นวันแห่งสิริมงคล และงดทำบาปทั้งปวง 

5. ตรุษจีน 2557 ควรไหว้อะไร ของไหว้วันตรุษจีน มีอะไรบ้าง?

          การเลือกอาหารไหว้ตรุษจีนนั้น ชาวจีนจะเลือกสรรอาหารที่มีความหมายมงคล ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ หรือ เนื้อสัตว์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ของไหว้วันตรุษจีน มักจะประกอบด้วย

           - ไก่ หมายถึง ความสง่างาม ยศ และความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้องเป็นไก่เต็มตัว หมายถึง มีหัว ตัว ขา ปีก มีความหมายถึง ความสมบูรณ์

          - เป็ด หมายถึง สิ่งบริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย

          - ปลา หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์

          - หมู หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้

          - ปลาหมึก หมายถึง เหลือกิน เหลือใช้ (เหมือนปลา)

          - บะหมี่ยาว หรือหมี่ซั่ว หรือ ฉางโซ่วเมี่ยน ตามชื่อหมายถึง อายุยืนยาว

          - เม็ดบัว หมายถึง การมีบุตรชายจำนวนมาก

          - ถั่วตัด หมายถึง แท่งเงิน

          - สาหร่ายทะเลสีดำ หมายถึง ความมั่งคั่งร่ำรวย

          - หน่อไม้ หมายถึง การอวยพรให้ร่ำรวยผาสุก 

          - กล้วย หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และขอให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง
          
          - แอปเปิล หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ

          - สาลี่ หมายถึง โชคลาภมาถึง (ควรระวังไม่นิยมไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ)

          - ส้มสีทอง หมายถึง ความสวัสดีมหามงคล

          - องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูน 

          อย่างไรก็ตามที่ต้องระวังก็คือ "เต้าหู้ขาว" ซึ่งแม้จะเป็นอาหารที่ชาวจีนนิยมรับประทาน แต่ชาวจีนจะไม่นำเต้าหู้ขาวมาใช้เป็นของไหว้ตรุษจีนเด็ดขาด เพราะสีขาวเป็นสีสำหรับงานโศกเศร้า ไม่เหมาะกับวันตรุษจีนซึ่งเป็นวันมงคล

          นอกจากอาหารคาว และผลไม้แล้ว ชาวจีนก็ยังนิยมเลือกขนมหวานมาไหว้ตรุษจีนด้วย โดยขนมหวานที่เราพบเห็นได้บ่อยในการไหว้ตรุษจีน ก็คือ

          - ขนมเข่ง คือ ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต ขนมเข่งที่ใส่ในชะลอม หมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์ 

          - ขนมเทียน คือ เป็นขนมที่ปรับปรุงขึ้นจากชาวจีนโพ้นแผ่นดินดัดแปลงมาจากขนมท้องถิ่นของไทย จากขนมใส่ไส้เปลี่ยนจากแป้งข้าวเจ้าผสมกะทิมาเป็นแป้งข้าวเหนียวแทน มีความหมายหวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์
          
          - ขนมไข่ คือ ความเจริญเติบโต 

          - ขนมถ้วยฟู คือ ความเพิ่มพูนรุ่งเรือง เฟื่องฟู

          - ขนมสาลี่ คือ รุ่งเรือง เฟื่องฟู 

          - ซาลาเปา หรือ หมั่นโถว คือ ไหว้เพื่อให้เปาไช้ แปลว่าห่อโชค

          - จันอับ (จั๋งอั๊บ) หมายถึง ปิ่นโต หมายถึงความหวานที่เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป

 6. ข้อห้ามวันตรุษจีน วันตรุษจีนห้ามทำอะไรบ้าง?

          ชาวไทยเชื้อสายจีนในหลาย ๆ บ้านที่เคร่งครัดธรรมเนียมปฏิบัติมาก ๆ จะยึดคติความเชื่อบางอย่างที่จะไม่ทำกันในวันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ดังเช่น 

          - ไม่ทำงานบ้าน ไม่จับไม้กวาด ไม่ทำความสะอาด เช่น การซักล้าง หรือ การกวาดบ้านปัดฝุ่น เพราะเชื่อว่าการปัดกวาด ซักล้างนี้เป็นการขับไล่ความโชคดีออกไป ดังนั้น คนจีนมักจะทำความสะอาดบ้านตั้งแต่ก่อนที่วันขึ้นปีใหม่จะมาถึง

          - ไม่สระผม คนจีนถือว่าการสระผมเป็นการชะล้างความโชคดีที่จะมาถึงในช่วงวันขึ้นปีใหม่ จึงจะไม่สระผมในวันเริ่มต้นและวันสุดท้ายของวันขึ้นปีใหม่

          - ไม่ใช้ของมีคม ไม่ว่าจะเป็นมีดกรรไกรที่ตัดเล็บ เพราะเหมือนกับว่าเป็นการตัดสิ่งที่ดี หรืออนาคตที่ดีที่จะนำมาในวันขึ้นปีใหม่

          - หลีกเลี่ยงการโต้เถียง ไม่พูดคำที่มีความหมายในทางลบ เช่น คำที่มีความหมายไม่ดี คำที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยหรือความตาย เพราะถือว่าไม่เป็นสิริมงคล นอกจากนี้ชาวจีนยังหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับงานศพ และการฆ่าสัตว์ปีกไป

          - ห้ามซุ่มซ่าม ชาวจีนถือว่าการเดินสะดุด หรือทำสิ่งของตกแตกในช่วงวันขึ้นปีใหม่ หมายถึงการงานสะดุด และนำความโชคไม่ดีเข้ามาในอนาคต

7. ตัวอย่าง คําอวยพรตรุษจีน มีอะไรบ้าง?

          ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้เราคงได้ยินคำอวยพรที่ว่า "ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้" กันจนเบื่อ เลยอยากจดจำประโยคใหม่ ๆ ไว้ใช้อวยพรคนอื่นเขาบ้าง เอ้า...งั้นลองมาดูประโยคตัวอย่างต่อไปนี้แล้วจำไปพูดกันเลยขอรับ

          - ซินเหนียนไคว่เล่อ ... ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่
          - กงเฮ่อซินเหนียน ... สุขสันต์วันปีใหม่
          - ต้าจี๋ต้าลี่ ... ค้าขายได้กำไร
          - เจาไฉจิ้นเป่า ... เงินทองไหลมาเทมา ทรัพย์สมบัติไหลเข้าบ้าน
          - จินอวี้หม่านถัง ... ร่ำรวยเงินทอง ทองหยกเต็มบ้าน
          - ไฉหยวนกว่างจิ้น ... เงินทองไหลมาเทมา
          - เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ ... เหลือกินเหลือใช้ทุกปี
          - ฝูโซ่วว่านว่านเหนียน ... อายุยืนหมื่น ๆ ปี
          - หลงหม่าจินเสิน ... สุขภาพแข็งแรง
          - ห่าวยวิ่นเหนียนเหนียน ...โชคดีตลอดไป


สุดท้ายกระผมมีคำอวยพรเล็กๆน้อยๆให้ทุกๆคนขอรับ

"ขอให้เฮงๆๆ อั่งเปาไหลมาเทมา"

Credit:
data by

picture by
อั่งเปาข้าใครอย่าแตะ by ขอบคุณที่รักกัน จาก bloggang

Monday, December 23, 2013

25 ธันวา วันคริสต์มาส


( ภาพโดย นิ้งหน่อง จาก blogyouto.blogspot.com )

We wish you Merry Christmas!
We wish you Merry Christmas!!
We wish you Merry Christmas!!!
And a Happy New Year~!

ใกล้วันคริสต์มาสเข้ามาเรื่อยๆแล้วสิขอรับ เสียงเพลง Merry Christmas ก็เริ่มกระหึ่มในหลายๆที่ ก่อนจะเข้าสู่งวันคริสต์มาสกระผมขอพาทุกๆคนไปทบทวนเกี่ยวกับวันคริสต์มาสกันสักนิดนะขอรับ

จุดเริ่มต้นวันคริสต์มาส

( ภาพโดย educatepark จาก www.educatepark.com )

จุดเริ่มต้นนั้นมาจากพระเยซูขอรับ วันคริสต์มาสคือวันประสูติของพระเยซูนั้นเอง โดยพระองค์ประสูติที่เมืองเบ็ธเลเฮ็มและเติบโตที่เมืองนาซาเรท ซึ่งปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ได้บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกุสตุส แห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร

ความหมายของคำว่า "Merry Christmas"

กระผมขอแยกออกเป็นสองคำย่อย คือ "Merry" กับ "Christmas" นะขอรับ เริ่มจาก "Merry" นะขอรับ
คำว่า "Merry" หมายถึง ร่าเริง เบิกบานใจ
ส่วนคำว่า "Christmas" ย่อมาจาก "Christes Maesse" หมายถึง บูชามิสซาของพระผู้เป็นเจ้า พบครั้งแรกในเอกสารโบราณที่เป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า "Christmas"
เมื่อรวมความหมายของทั้งสองคำ จึง(น่าจะ)ได้ความหมายว่า "บูชามิสซาของพระผู้เป็นเจ้าด้วยความเบิกบานใจ" ( อันที่จริงเอาความหมายที่เราเข้าใจกันน่าจะดีกว่าเนอะ =w=" )

และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในวันคริสต์มาส คือ... ซานตาครอส


ซานตาครอสถือว่าเป็นสิ่งที่เราๆ(และกระผม)จะนึกถึงกันทันทีที่พูดถึงวันคริสต์มาส ชายพุงพลุ้ยเคราขาวสวมชุดสีแดงสดใส มีกวางเรดเดี้ยนและรถเลื่อนเป็นพาหนะคู่ใจ ไล่หย่อนของขวัญลงทางปล่องไฟให้เหล่าเด็กดีทั้งหลายทั่วทั้งโลก ( อืม งานหนักเนอะ =v="b )
ขอรับ ชายคนนี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งวันคริสต์มาสเลยล่ะ แต่ใครจะรู้ประวัติซานตาครอสบ้าง? เอาล่ะ สำหรับใครที่ยังไม่รู้นะขอรับ กระผมจะพาไปเจาะลึกประวัติซานตาครอสผู้นี้กัน

ตำนานของซานตาครอสได้กำเนิดขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 4 มีเด็กชายคนหนึ่งเกิดในหมู่บ้านไมรา ซึ่งสมัยกระโน้นตั้งอยู่ระหว่างเกาะโรดส์กับไซปรัส ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านเดมรีมีบ้านเรือนตั้งเรียงรายบนสันทรายใกล้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เด็กชายคนนี้มีชื่อว่า "นิโคลัส"
ตั้งแต่เด็กเค้าก็อยู่บนกองเงินกองทอง ชีวิตมีแต่ความสุขสบาย แต่แล้ววันหนึ่งคุณพ่อและคุณแม่ของนิโคลัสก็สิ้นกรรม จากไปอย่างสงบ เหลือไว้เพียงทรัพย์สมบัติอันมากมายให้นิโคลัส

ลองเดาสิขอรับว่านิโคลัสจะจัดการอย่างไรกับสมบัติเหล่านี้?

( ภาพโดย Joo2007 จาก www.dektube.com )

ฮาๆ เค้าไม่ได้เอาเที่ยวเตร่หรือว่าลงทุนทางการค้าแต่อย่างใดเลยขอรับ นิโคลัสทำตรงกันข้ามมากเลยก็คือ ไล่เอาสมบัติแจกให้กับชาวบ้านผู้ยากจนทั้งหลาย ซึ่งก็น่าแปลกทั้งๆที่นิโคลัสเติบโตมาบนกองเงินกองทองกลับมีจิตใจที่โอบอ้อมอารีมาก และนั้นทำให้นิโคลัสกลายเป็นขวัญใจของคนทุกเพศทุกวัยไปเลยล่ะ
และในบ้านของชายชราหลังหนึ่ง ชายชรานี้มีลูกสาวอยู่ 3 คน ซึ่งทั้งสามคนนี้ต้องการแต่งงานแต่ชายชรานี้กลับมีเงินจัดงานแต่งอย่างสมเกียรติเพียงพอสำหรับคนพี่ีกับคนกลางเท่านั้น ทำให้คนน้องสุดท้องมีแววว่าจะไม่ได้แต่งงานพร้อมกับพวกพี่ๆ
เมื่อเรื่องเข้าถึงหูนิโคลัส นิโคลัสจึงได้แอบย่องเข้าบ้านสามสาว เอ๊ย! ชายชรานี้ =w=" โดยได้นำถุงเงินสองถุงไปวางไว้ในบ้าน ( ไม่ได้ไปทำอะไรมิดีมิร้ายแต่อย่างใด ^w^ ) สองสาวคนพี่กับคนกลางก็ได้แต่งงานสมใจไป
ทีนี้ก็เหลือคนสุดท้องนี้สิขอรับ และเธอนี้ล่ะ คือ ที่มาของการแขวนถุงเท้าไว้ที่ปล่องไฟไว้ให้ซานตาครอสหย่อนของขวัญจากปล่องไฟเข้ามายังถุงเท้า เอาล่ะ เรามาต่อกันเลยขอรับ
ในคืนถัดมานิโคลัสก็ได้ย่องเบามา(แต่ไม่ได้เข้า)บ้านชายชรา และพบว่าหน้าต่างปิดสนิททุกบาน ( คงจะหนาวเนอะ ^v^" ) งานนี้เลยลำบาก(แต่ไม่บ่ากว่าแรงของ)นิโคลัสสิขอรับ นิโคลัสได้ปีนขึ้นไปยังหลังคาบ้านของชายชรา มุ่งไปปล่องไฟและหย่อนถุงเงินลงไป บังเอิญที่ว่าหญิงสาวซึ่งก็คือน้องสุดท้องคนนี้ได้แขวนถุงเท้าของเธอไว้(น่าจะ)ในปล่องไฟ ทำให้ถุงเงินตกหล่นใส่ถุงเท้าอย่างพอดิบพอดีเป๊ะ ( นิโคลัสคงจะแอบเงียหูฟังอยู่แน่ๆว่าถุงเงินตกถึงพื้นมั้ย แต่ดันไม่มีเสียง +w+ )
เช้ามาหญิงสาวซึ่งก็คือน้องสุดท้องนี้ก็ตื่นมาพบว่าในถุงเท้าของเธอมีถุงเงินอยู่ ซึ่งเงินก็เพียงพอที่จะจัดงานแต่งได้ ทำให้น้องสุดท้องได้แต่งงานพร้อมกับเหล่าพี่ๆอีกสองคนสมใจอยาก

แล้วนิโคลัสแปลงร่างเป็นซานตาครอสได้อย่างไร?

ก็เมื่อชาวดัตช์บางกลุ่มอพยพมาอยู่ในอเมริกาก็ได้นำเอาความเชื่อถือศรัทธาในนักบุญนิโคลัสติดมาด้วย มีการเฉลิมฉลองวันเซนต์นิโคลัสกันทุกๆปีในเดือนธันวาคมและในที่สุดก็ได้มีการดัดแปลงผสมผสานเข้ากับความเชื่อถือของชาวอเมริกันเชื้อสายอื่นๆทางแถบตะวันออกของอเมริกา ตำนานเซนต์โคลัสก็เลยมาผูกโยงกับการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสกลายเป็น "ซินเตอร์คลาส" ของชาวดัตช์ ซึ่งต่อมาได้กร่อนกลายเป็น "ซันตาครอส" ( แล้วก็เป็นซานตาครอสในเมืองไทย =w= ) ซึ่งก็มีบทบาทและหน้าที่สำคัญคือแจกของขวัญแก่เด็กๆ ในค่ำคืนแห่งวันคริสต์มาสนั้นเอง

Credit:
data by

picture by

Sunday, March 10, 2013

Google Doodle - วันสตรีสากล




( ภาพโดย Google Doodle )

เป็นเวลาเนินนานมาแล้วที่สตรีถูกกดขี่ข่มเหง กระทำการทารุณต่างๆ ไร้ซึ่งสิทธิทางกฏหมายและสังคม
ดังนั้น วันนี้จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเหล่า "ผู้ชาย" ( ต้องขอเน้นหน่อย คิๆ ^v^ ) และผู้หญิงด้วยกันได้ตระหนักถึงความสำคัญและสิทธิของผู้หญิง

สวัสดีครับ ฮ่าๆ เกริ่กยาวเลย ครับ ในที่สุดวันที่สำคัญอีกวันนึงที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือ วันสตรีสากลนั้นเอง ก่อนอื่นเพื่อให้สามารถเข้าสู่วันนี้ได้ เรามาเจาะลึกเกี่ยวกับวันนี้กันดีกว่าครับ

วันสตรีสากล



อย่างที่รู้ๆกันครับว่าวันสตรีสากลคือวันเพื่อสตรีทุกคน แต่ใครรู้บ้างเอ่ย~ ว่าจุดเริ่มต้นของวันนี้มาจากไหน?

จุดเริ่มต้นของวันสตรีสากลนั้นมาจากการลุกขึ้นกอปกู้อยุธยาจากพม่าของพระเจ้าตากสินฯ........ มันใช่ซะที่ไหนกันเล่า - -" ฮ่าๆ ล้อเล่นครับ ล้อเล่น จุดเริ่มต้นนั้นมาจากการลุกฮือของสตรีในโรงงานทอผ้าแห่งหนึ่ง ณ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้เดินขบวนและชุมนุม ณ โรงงานที่พวกเธอทำงานอยู่ เพื่อเรียกร้องให้นายจ้างเพิ่มค่าจ้างและสิทธิในด้านต่างๆ แต่แล้วก็ไม่วายมีคนมาลอบวางเพลิงโรงงานที่พวกเธอชุมนุมอยู่ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 119 คน โดยเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1857 (พ.ศ. 2400)

ต่อมาในปี ค.ศ.1907 สาวโรงงาน ณ เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มิอาจจะทนต่อการกระทำของนายจ้างได้ ที่ใช้งานพวกเธอไม่ต่างจากทาส โดยให้ทำงานวันละ 16-17 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด และไม่มีสวัสดิการใดๆให้ จนทำให้สาวโรงงานเหล่านี้ต้องเจ็บป่วยล้มตายกันในเวลาต่อมา และหากตั้งครรภ์ก็ถูกไล่ออก

ด้วยการกระทำอันไม่ยุติธรรมเหล่านี้เอง วีรสตรีของผู้หญิงทั่วโลกก็ได้ตื่นขึ้น นามของเธอคือ "คลาร่า เซทคิน" นักการเมืองสตรีสายแนวคิดสังคมนิยม ชาวเยอรมันตัดสินใจปลุกระดมสาวๆกรรมกรทั้งหลายด้วยการนัดหยุดงานในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1907 และเรียกร้องให้ลดเวลาทำงานเหลือ 8 ชั่วโมง ให้สวัสดิการและสิทธิต่างๆ แต่ก็ล้มเหลว เนื่องจากแรงงานหญิงได้ถูกจับกุมไปหลายร้อยคน แต่ถึงกระนั้นก็ทำให้กระแสเรื่องการเรียกร้องสิทธิสตรีได้ถูกจุดประกายขึ้นทั่วโลก

จนกระทั่งในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1910 (พ.ศ. 2453) ความพยายามของกรรมกรสตรีกลุ่มนี้ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อมีตัวแทนสตรีจาก 17 ประเทศ เข้าร่วมประชุมสมัชชาสตรีสังคมนิยมครั้งที่ 2 ณ เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โดยในที่ประชุมได้ประกาศรับรองข้อเรียกร้องของบรรดากรรมกรสตรี ในระบบสาม 8 คือ ยอมให้ลดเวลาทำงานเหลือวันละ 8 ชั่วโมง ให้เวลาศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเองอีก 8 ชั่วโมง และอีก 8 ชั่วโมงเป็นเวลาพักผ่อน พร้อมกันนี้ยังได้ปรับค่าแรงของแรงงานหญิงให้เท่าเทียมกับแรงงานชาย และยังมีการคุ้มครองสวัสดิการสตรีและแรงงานเด็กอีกด้วย
ทั้งนี้ยังได้รับรองข้อเสนอของ "คลาร่า เซทคิน" ด้วยการกำหนดให้วันที่ 8 มีนาคม ของทุกปีเป็น วันสตรีสากล

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับประวัติวันสตรีสากล แต่ชื่อมันบอกสากล งั้นในไทยก็ต้องมีด้วยสิ! งั้นเรามาดูวันสตรีสากลในไทยกันต่อเลยครับ

วันสตรีสากลในไทย



 ( ภาพโดย คุณ หมูหวาลย์ แห่งประเทศไทย จาก Eduzones )

สำหรับประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2532 ได้มีการก่อตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ (กสส.) ขึ้นอย่างเป็นทางการ ดังนั้นวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อฉลองเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล และระลึกถึงความเป็นมาแห่งการต่อสู้เพื่อให้ได้ซึ่งความเสมอภาค ยุติธรรม สันติภาพ และการพัฒนา

และจัดตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันมหามงคล 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของพระองค์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ ตรากตรำบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อให้คนไทยได้มีอาชีพ และได้พระราชทานให้วันที่ 1 สิงหาคมเป็น "วันสตรีไทย" ของทุกปี เพื่อให้ผู้หญิงไทยมีโอกาสแสดงถึงความรู้ ความสามารถในการพัฒนาประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันสังคม และให้สามารถเทียบเท่าสตรีสากลของหลายประเทศที่เจริญแล้ว

ซึ่งทุกวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี จะมีการประกาศถึงเกียรติประวัติของสตรีชั้นแนวหน้าของโลกทั้งที่มีชีวิต และที่เสียชีวิตไปแล้ว เช่น เจ้าหญิงไดอาน่า แห่งอังกฤษ, แม่ชีเทเรซา แห่งประเทศอินเดีย, ประธานาธิบดี เมกาวลี แห่งอินโดนีเซีย และนางอองซานซูจี ของพม่าที่เรียกร้องประชาธิปไตยกับประเทศ ส่วนในประเทศไทยมีอยู่หลายท่าน เช่น คุณหญิงแพทย์หญิงพรทิพย์ โรจนาสุนันท์, คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ และคุณปวีณา หงสกุล ฯลฯ

วันสตรีไทยถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง เพราะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงไทยออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันสตรีมีบทบาทมากขึ้น มีความสามารถทัดเทียมผู้ชาย เป็นที่ยอมรับจากสังคม จะเห็นได้จากหน่วยงานราชการและภาคเอกชนเริ่มมีสตรีเข้าไปเป็นหัวหน้างานมากขึ้น รวมถึงการเข้าไปมีบทบาทในการบริหารประเทศชาติ สตรีไทยในยุคปัจจุบัน จึงต้องเป็นสตรีที่มีความรู้ความสามารถครบถ้วนทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการบริหาร การจัดการ การเป็นแม่ที่ดีของลูก เป็นภรรยาที่ดีของสามี และเป็นแม่ศรีเรือนที่ดี พร้อมทั้งต้องก้าวทันกับยุคสมัย เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสังคม


Credit
data by

picture by

Friday, March 1, 2013

Valentine Day! วันวาเลนไทน์




( วิดีโอ โดย คุณ Kina Grannis จาก Youtube )

โกโบริ: ฉันจะไม่ไหวแล้ว.....
อังศุมาลิน: อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ โบโกริ เอ๊ย! โกโบริ
 โกโบริ: กิ๊กรึไง!!! อ่ะ ค๊อกๆ แค๊ก! โอ้ย~ อังศุมาลิน ฉันขอ... อะไรเป็น... ครั้งสุดท้ายได้มั้ย
อังศุมาลิน: อือ ได้ ได้ทุกอย่างเลย
 โกโบริ: ฉันขอ..... ฉันขอ.... ฉัน......
อังศุมาลิน: โกโบริ~~~~ ToT
โกโบริ: ฉันขอ...... Benda 500 นะ เร็วๆหน่อย จะไม่ไหวแล้ว +o+
อังศุมาลิน: - -*......

ฮ่าๆ ชีวิตจริงๆ เป็นแบบนี้ล่ะก็โบโกริ เอ๊ย! โกโบริคงจะได้นอนอย่างเป็นสุขใต้ฝ่ามือของอังศุมาลินเป็นแน่ =w=
เอ้าล่ะ ถึงจุดนี้คงจะเริ่มรู้กันแล้ว ครับผม วันวาเลนไทน์มาถึงแล้วสิ อันที่จริงก่ะว่าจะเขียนบทความ Before Valentine สักหน่อย แต่ด้วยเหตุผลเรื่องเวลา เอ้าเถอะ จะวาเลนไทน์แล้ว

วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก เป็นวันที่คู่รักหนุ่มสาวแต่ล่ะคู่จะได้แสดงความรักต่อกันเนื่องด้วยวันพิเศษ ( ยกเว้นกระผม TvT )  แต่ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกถึงสาระสำคัญของวันวาเลนไทน์ กระผมได้ไปอ่านโพลจากเว็บไซต์ไทยรัฐมา ทำให้อดที่จะเป็นห่วงทุกๆคนไม่ได้จริงๆ ยังไงก็อย่าลืมนะครับ ผู้ชายที่รักจริง เค้าต้องรอได้ ถ้ารอไม่ได้ ให้เรียกใช้ถุงยางฯ จะเป็นดีสุดนะครับ
ก่อนที่เราจะเริ่มวาเลนไทน์ เรามารู้ถึงความเป็นมาของวาเลนไทน์กันสักนิดก่อนดีกว่านะครับ

ประวัติวันวาเลนไทน์


วาเลนไทน์นั้นมีต้นกำเนิดมาอย่างไร ไม่มีข้อมูลแน่ชัด เบื้องต้นมีการสรุปว่าน่าจะมีที่มาจากนักบวชท่านแห่งศาสนาคริสต์ท่านหนึ่งนาม วาเลนไทน์ ซึ่งก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวอะไรกับวันวาเลนไทน์หรือวัน 14 กุมภาพันธ์ไปมากกว่าว่าเป็นวันที่นักบวชท่านนี้ได้จากโลกไปอย่างสงบ
อ่ะ อ้าว?! แล้วตกลงที่ว่าวันวาเลนไทน์เป็นวันแห่งความรักล่ะ? มันมีที่มายังไง? อันที่จริง ถ้าเราพูดถึงตำนานเกี่ยวกับนักบวชท่านนี้แล้ว ก็พอจะเป็นสาเหตุให้ได้ว่า ทำไมวันนี้ถึงเป็นวันแห่งความรัก งั้นเรามาดูตำนานของนักบวชท่านนี้กันต่อเลยขอรับ

ตำนานแห่งนักบวชวาเลนไทน์
( ภาพโดย คุณ admin จาก bullchill )

ตำนานเริ่มต้นในสมัยจักรพรรดิโรมัน เคลาดิอุสที่สอง หรือราวๆ ค.ศ. 269 ในยุคที่ไฟสงครามทั่วกรุงโรมยังลุกโชติ เหล่าหนุ่มๆวัยฉกรรณ์ได้ถูกเกณฑ์ไปเป็นจำนวนมาก และหลายๆคนก็มีคู่รัก และหลายๆคู่รักก็อยากจะแต่งงาน แต่เนื่องด้วยไฟสงครามที่ร้อนแรงนั้นทำให้เคลาดิอุสนั้นออกคำสั่งให้ยกเลิกงานแต่งงานทุกงานอย่างสมบูรณ์ ( มันน่า.... -v-* ) ทำให้เหล่าหนุ่มสาวหลายๆคู่ต่างต้องผิดหวังในรักกันไปตามๆกัน แต่อะไรเหล่าจะร้อนแรงเท่าไฟรัก =o= ณ ตอนนั้นเอง วีรบุรุษแห่งรัก ท่านนักบวชนามวาเลนไทน์ก็ได้ออกมาสวนกระแส จัดงานแต่งงานให้กับหนุ่มสาวเหล่านั้น ทำให้เคลาดิอุสไม่ค่อยจะพอใจ เลยเรียกคุยเป็นการส่วนตัว ( อืม เริ่มล่ะสิ = =* )

แต่ภายหลังจากการพูดคุย เคลาดิอุสกลับถูกใจในวาเลนไทน์เป็นอันมากเลยพยายามที่จะโน้นน้าวให้วาเลนไทน์หันมานับถือลัทธิเพเกินโรมัน ( แนวพหุเทวนิยมหรือนับถือเทพเจ้าอื่นๆนอกจากพระเยซูคริสต์ด้วย ) แต่การโน้มน้าวล้มเหลว หน่ำซ้ำวาเลนไทน์กลับรุกคืนด้วยการโน้มน้าวให้เคลาดิอุสหันมานับถือพระเยซูคริสต์พระองค์เดียวอีกด้วย ทำให้เคลาดิอุสสั่งประหารวาเลนไทน์ในที่สุด แต่ก่อนหน้าประหารนั้น วาเลนไทน์ก็ได้สร้างปฏิหารย์ทิ้งท้าย ( ซึ่งไม่รู้ว่ามันดีมั้ย =w=" ) ด้วยการรักษาอาการตาบอดให้กับหญิงสาวที่วาเลนไทน์พบรักด้วยซึ่งเป็นลูกสาวของผู้คุมให้หายสนิท มองเห็นชัดเจนใสแป๋วก่อนโดนประหาร ( คิดว่าหญิงสาวคนนั้นคงจะไม่แฮปปี้แง่มๆ ดันมาเห็นคนรักของตนโดนประหารด้วยระบบ HD แถมด้วยระบบเสียงแบบ Surround ในตอนท้าย ^ ^" )

นับว่าวีรกรรมของนักบวชวาเลนไทน์นั้นสมควรแก่การยกย่องเชิดชูเป็นอย่างที่สุดในเรื่องการอุทิศตนแด่ศาสนาและความรัก

แต่ อ่ะๆๆ ตำนานมันต้องมีเค้ามาจากความจริงด้วยสิ งั้นอย่าหมัวเพลินกับตำนานเลยครับ เรามาต่อด้วยเรื่องจริงๆอันน่าตะลึงของนักบวชท่านนี้กันต่อเร้ย~

เรื่องจริง ( ๆ ) ของนักบวชวาเลนไทน์

กุหลาบบนหิ้ง

ตามเรื่องราวจริงๆนั้น นักบวชที่มีนามว่าวาเลนไทน์นั้น ในช่วง ค.ศ.269 ก็ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าว่าเป็นนักบวชที่ต่อสู้เพื่อศาสนา ต่อต้านเคลาดิอุสที่ในตอนนั้นเหมือนจะมีการเบียดเบียนเกิดขึ้น และถูกฝังที่เวียฟลามีเนีย (Via Flaminia)

นอกจากนี้หากเราอ้างอิงสารานุกรมคาทอลิกแล้วเราจะพบว่ายังมีนักบวชท่านอื่นๆอีก 3 ท่านที่มีคำว่าวาเลนไทน์อยู่ในชื่อ และทั้ง 3 ท่านนี้ก็แทบจะไม่มีข้อมูลอะไรเหลือไว้ให้ศึกษาได้เลย นอกจากปฏิทินนักบุญโรมันคาทอลิก ซึ่งในวันสมโภชนักบวชวาเลนไทน์ใน 14 กุมภาพันธ์นี้ ก็ยังถูกลดความสำคัญไปอยู่ในส่วนปฏิทินเฉพาะ ( ปฏิทินท้องถิ่นหรือเฉพาะชนชาติ ) และไม่ใช่แค่เท่านั้น แม้แต่ชื่อของนักบวชวาเลนไทน์ยังถูกเก็บไว้ในที่นี้ด้วย เพราะนอกจากชื่อของท่านนักบวชแล้ว ข้อมูลที่มีอยู่อีกอย่างก็คือท่านถูกฝัง ณ เวียฟลามิเนียเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นข้อมูลอย่างเดียวที่มีอยู่และยืนยันได้จริงๆ

แต่ทั้งนี้ วันสมโภชนี้ก็ยังมีการเฉลิมฉลองอยู่ในบัลซาน (มอลตา) ที่ซึ่งมีการอ้างว่าพบวัตถุมงคลของนักบุญวาเลนไทน์ที่นั่น และมีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยผู้นับถือนิกายคาทอลิกดั้งเดิมที่ถือตามปฏิทินที่เก่ากว่าก่อนหน้าของสภาวาติกันที่สองนี้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ยังมีการเฉลิมฉลองเป็นวันวาเลนไทน์ในนิกายอื่นของศาสนาคริสต์อีกต่างหาก

ก็สรุปได้ว่าไม่ว่าจะอะไรก็ไม่สำคัญหรอก รู้แต่ว่าวันนี้มันคือวันแห่งความรักก็พอแล้ว =w=
งั้นเรามาดูกันต่อดีกว่าครับว่าในวันวาเลนไทน์เราควรจะทำอะไรกันดีให้กับคนรักของเรากัน ^o^

กิจกรรมที่น่าสนใจในวันวาเลนไทน์
( ภาพโดย kapook จาก Hilight Kapook )

- แน่นอนอย่างแรกก็ของขวัญสุดพิเศษเนื่องด้วยวันวาเลนไทน์หมอบให้คนที่เรารัก จะเป็นกุหลาบชักช่อหรือช็อกโกแล็ตสักกล่องก็ไม่เลว ^w^
- ไปเที่ยวสิครับ ไหนๆวันแบบนี้ก็มาถึงแล้วทั้งที ก็ขอโอกาสนี้ไปเที่ยวในที่สถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องตำนานแห่งความรักกัน ไปอธิษฐานกันสักนิดให้รักกันยืนยาว~ ^o^ แต่ไม่แนะนำให้เที่ยวตามผลับบาร์ สถานบันเทิงนะครับ ยิ่งช่วงค่ำแล้วไม่ควรอย่างยิ่งเลยขอรับ =^=!
- อันนี้ขาดไม่ได้ในทุกๆวันสำคัญ ทำบุญครับ! จะอะไรก็แล้วแต่ การที่เราได้เจอกันได้คบกันถึงตอนนี้ ยังไงก็ต้องมีบุญพา วาสนาส่งกันหน่อยล่ะ ดังนั้น การทำบุญจึงถือเป็นการดีที่จะช่วยให้ความรักของเรานั้นยืนยาวมั่นคงยิ่งขึ้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อย่าลืมคนในบ้านเราด้วยนะครับ พาท่านไปสุขสันต์วันวาเลนไทนด้วยกันนะครับ คิๆ

Credit
data by

picture by

video by

Wednesday, February 13, 2013

Google Doodle - Snake game! ต้อนรับตรุษจีน!



เกมงูสไตล์ Google
(ภาพจาก Google.co.th )

แช่~ ตุก~...... แช่~ ตุก~ แช่~ ตุก~ แช่~...... ตรุษจีนใกล้เข้ามาแล้วเจ้าข้าเอย~~~~ ฮ่าๆ ถึงเวลาต้องกล่าวว่า ซินเจียนหยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ แล้วสินะครับ

สำหรับวันตรุษจีนนั้นถือว่าเป็นวันที่สำคัญมากเหมือนกับวันสงกรานต์บ้านเรา.... อ่ะ อา.. กระผมพูดแบบนี้คงจะถึงบางอ้อกันแล้วสินะครับ ครับผม! วันตรุษจีนถือได้ว่าเป็นวันปีใหม่สำหรับชาวจีน ( ตามปฏิทินจันทรคติ )  ทั้งนี้ เทศกาลตรุษจีน เป็นวันหยุดตามประเพณีของจีนที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดฤดูหนาว และเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก ในวันที่ 1 เดือน 1 และสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ด้วยเทศกาลโคมไฟ โดยปฏิทินจีน เป็นแบบสุริยคติ ดังนั้น ตรุษจีนจึงมักเรียกว่า วันขึ้นปีใหม่จันทรคติ

แต่แห่ม ไหนๆก็ไหนๆ แล้ว วันสำคัญใกล้มาถึงแบบนี้กระผมก็ขอทำหน้าที่แนะนำกิจกรรมน่าสนใจวันตรุษจีนล่ะกัน ว่าแล้วก็มาดูกันเลยครับว่าวันตรุษจีนน่าจะทำอะไรกันดี

กิจกรรมที่น่าสนใจวันตรุษจีน ( โดยกระผมเอง ^w^ )
ตรุษจีนก็ต้องไหว้เจ้าสิ! ก่้อนไหว้เตรียมขนมและเครื่องสักการะ แล้วก็ไปไหว้เจ้าที่ศาลเจ้าที่เล่งไหว้กันเลย~~~
- ปีใหม่ไม่ได้มีหนเดียว~ เอ้า! งั้นเรามาแลกของขวัญกันดีกว่า เป็นของขวัญง่ายๆใส่ซองสีแดงสไตล์ตรุษจีน แล้วหมอบให้กันวันตรุษจีน ( หรือจะเป็นแฟนที่นั่งข้างๆก็ได้นะครับ คิๆ =^w^= )
ตรุษจีนก็คือปีใหม่ งั้นเรามาเริ่มต้นด้วยสิ่งใหม่ๆกัน มาปัดกวาดเช็กถูบ้าน ไล่โชคร้าย ความไม่สิริมงคล ออกจากบ้านเราให้ไกล ( ไปเลย ชิวๆ ^o^ )
ตรุษจีนจะสมบูรณ์นอกจากจะไล่ความโชคร้ายออกจากบ้านเราแล้วก็ต้องไม่ลืมเรียกโชคดีๆเข้าด้วย งั้นเรามาเขียนถ้อยคำดีๆอย่างเช่น "โชคดี มีแต่ลาภ", "มั่งคั่งเป็นสุข", "อายุมั่นขวัญยืน" ฯลฯ ปะติดไว้ตรงที่ๆทุกๆคนจะเห็น จะได้เป็นการกระจายความสุขให้กับทุกๆคนได้ด้วย
- สุดท้ายที่จะขาดไม่ได้ในวันตรุษจีนก็คือ อังเป่า! พวกเราเด็กๆก็จะไปสวัสดีปีใหม่กับอาม่า อาฮวด และเครือญาติ แล้วทำการรีดไถ่ เอ๊ย! ขออังเป่าจากพวกท่าน ( จุดนี้ล่ะที่กระผมชอบที่สุดในตรุษจีน คิๆ ^w^ )

และเนื่องด้วยวันตรุษจีนนี่เอง Google จึงได้เปลี่ยนโลโก้เป็นเกมงูเพื่อต้อนรับวันตรุษจีนที่จะมาถึงนี้ ใครที่ยังไม่ได้เล่นก็อย่าลืมไปเล่นกันนะครับผม ^w^

สุดท้ายกระผมก็มีเพลงตรุษจีนมาฝากไว้ฟังก่้อนตรุษจีนและวิดีโอเกมงูที่กระผมเล่นเองมาให้ทุกๆคนดูกันเพลินๆก่อนตรุษจีน ( เช่นกัน แหะๆ =w=" )

( วิดีโอโดยคุณ Nananon Sirisombadsiri จาก Youtube )


สุดท้าย ( อีกครั้ง = =" ) ก็ขอกล่าวอีกครั้งว่า "ซินเจียนหยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้" สวัสดีวันตรุษจีนครับผม!

Credit
data by

picture by

video by

Tuesday, January 15, 2013

วันเด็ก Google Style - วันเด็กสไตล์กูเกิ้ล



( ภาพจาก Google Doodle )

วันเด็กปีนี้ดูคึกคันไม่แพ้ปีที่แล้วเลย ถึงแม้จะมีข่าวหรือเหตุการณ์ที่สะเทือนใจหลายๆอย่าง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศวันเด็กถดถอยลงไป อย่างที่ทำเนียบรัฐบาลนั้นเอง ปีนี้ก็ยังคงมีไฮไลท์สำคัญของงานอยู่นั้นก็คือ เปิดห้องทำงานนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้เด็กๆอย่างเรา ( อิอิ ขอเป็นเด็กด้วยคน =v=" ) ได้ไปสัมผัสถึงภายในห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี แต่ที่ดูจะเป็นที่สนใจและดึงดูดเด็กที่สุดเห็นจะเป็นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ซึ่งงานนี้ก็ได้เปิดให้ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐกันจริงๆเลยล่ะครับ ( อิจฉาอ่ะ #^# ผมน่ะ.... ทั้งชีวิตยังไม่เคยได้นั่งเลย T^T ) 

เอ้าล่ะ เดียวจะว่ามาพีเซ้นเตอร์ให้อีก เอิ้กๆ ก็ไหนๆก็วันเด็กแล้ว ทาง Google เองก๋ได้ร่วมแจมกับพวกเราด้วยการเปลี่ยน Logo ( ซึ่งก็คือ Google Doodle ) รับวันเด็ก เป็นเด็กมัดผมจุกแต่งตัวแบบไทย หัวกลมๆ จับมือกัน เล่นกันอย่างสนุกสนาน อยู่ในตำแหน่งตัว O ของคำว่า Google ซึ่งก็เข้ากันได้ดีกับคำขวัญวันเด็กปีนี้ ซึ่งถ้าใครเอาเม้าส์ไปชี้ที่ Logo นะครับก็จะมีคำขวัญโผล่ขึ้นมาว่า " รักวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน " 

กระผมเองก็ขอร่วมสุขความสุขให้ทุกๆคนด้วยล่ะกัน ด้วยเรื่องขำขันให้ทุกๆคนมีความสุขกันเยอะๆในวันเด็กกันทุกคนเลย~~~~ ^w^

( วิดีโอ โดย คุณ LookballTS จาก Youtube )

Credit
picture by

video by

Monday, January 7, 2013

Google Happy New Year! กูเกิ้ลร่วมสุขสันต์วันปีใหม่!


Google Happy New Year! กูเกิ้ลร่วมสุขสันต์วันปีใหม่!

( ภาพจาก Google Doodle )

ปีใหม่แล้ว พวกเราก็เริ่มที่จะให้ของขวัญกัน ส่งการ์ดให้กัน ไม่ก็คำอวยพรดีๆให้กัน ทาง Google เองก็เช่นกันครับ พวกเค้าได้เปลี่ยน Google Doodle ใหม่อีกแล้ว ซึ่งคราวนี้ก็เป็นภาพที่ค่อนข้างจะแฟนซีเอาๆมาก มีตัวละครจากหลายนิทานหลายตำนานและบุคคลสำคัญต่างๆที่เคยขึ้น Google Doodle มาแล้วตลอดปี เช่น หนูน้่อยหมวกแดงที่นั่งเล่นของเล่นอยู่ข้างๆหมาป่า ( หว๊า~~~ ม่ะๆ หมาป่า~~ @~@ ) แดร๊กคู่ล่าที่กำลังปรึกษาปัญหาเรื่องฟันกับ......... เอิ่ม เอาล่ะ ผมรู้ว่าเราคงไม่ต้องละเอียดขนาดนั้น งั้นข้ามดีกว่า ฮ่าๆ ^ ^" ( เนียนเนอะ - -" ) หรือ เอดา เลิฟเลช ที่เหมือนจะกำลังยืนคุยกับรูปปั้นเก๊กชิมอยู่ ซึ่งรูปนี้คือ.................. เอิ่ม เอาล่ะ ผมขอเดาอีกครั้งล่ะกันว่าเราคงไม่ต้องละเอียดขนาดนั้นหรอก งั้นข้ามดีกว่า ฮ่าๆ ^ ^" ( เล่นมุขนี้อีกแล้ว =w=" ) และบุคคลอื่นๆ ที่กำลังร่วมฉลองปีใหม่กันอย่างสนุกสนาน ( ยกเว้นรูปปั้นนั่นอ่ะนะ ^w^" ) ซึ่งเป็นสิ่งที่ Google พยายามจะสื่อให้เราสนุกกับปีใหม่กันให้เต็มที่ ( ใจดีจัง =^w^= ) 

กระผมเองก็ขอให้สนุกเต็มที่กับปีใหม่นะครับ อ๋อ สำหรับใครที่อยากรู้ว่า ในรูปนั้นมีใครบ้างนั้น คลิกที่นี้ เพื่อดูได้เลยครับผม

ไว้พบกันใหม่ปีใหม่ครับ Happy New Year!

( ภาพจาก Google Doodle )

ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่มีวันเลิกลา แต่ถึงแม้จะจบแล้ว กระผมก็ยังขอที่จะกล่าวอีกสักครั้งว่า

Happy New Year! มีความสุขมากๆนะคร้าป~~~~ ปีหน้าต้องเป็นปีที่ดีของทุกๆคนแน่นอนครับ ^w^


Credit
picture by

Monday, December 31, 2012

Happy New Year! สุขสันต์วันปีใหม่


สวัสดีครับทุกคน ฮ่าๆๆ ไปฉลองคริสต์มาสมาขอรับ เอิ้กๆ หนุกมากมาย
จะว่าไปก็ใกล้ปีใหม่แล้ว ตอนนี้หลายๆคนก็คงจะเริ่มวางแผนกิจกรรม ไม่ก็แผนท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวกันแล้ว กระผมเองก็เหมือนกันขอรับ แต่ อ่ะๆ อย่าเพิ่งคิดนะครับว่ากระผมวางแผนจะเที่ยวหรือกจิกรรม ที่กระผมกำลังวางแผนคือ แผนปรับปรุงเว็บบล็อกในปีต่อไปสำหรับทุกคนขอรับ ว่ะ ฮ่ะๆ ฮ่า ( อวดคุณงามความดีก่อนทำสักหน่อย เหอๆ =w=" ) 

เอ้าล่ะ วันปีใหม่ทั้งที ก่อนจะเที่ยวหรือเริ่มกิจกรรมอันใด กระผมขอพาไปเจาะลึกถึงประวัติวันปีใหม่กัน จะได้เริ่มปีใหม่แบบได้ความรู้กัน

( ภาพโดย เกมเศรษฐีออนไลน์ จาก DMC TV )

วันปีใหม่คือ?
ถามอะไรไร้สาระอีกแล้วเนอะ =w=" ใครๆก็ต้องรู้แยู่แล้วล่ะ ว่ามันคือวันครบรอบปีเก่าและขึ้นปีใหม่ ครับ วันขึ้นปีใหม่ก็คือวันครบรอบปีนั้นเอง แต่เอาตามตามพจนานุกรม ฉบับราชตบัณฑิตยสถานแล้ว ก็จะได้ความหมายว่า ช่วงเวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบหนึ่งครั้ง ราวๆ 365 วัน หรือ 12 เดือนตามสุริยคติ วันนี้ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดข้าราชการ เป็นวันแห่งการเตรียมความพร้อมเพื่อเริ่มปีใหม่ด้วยสิ่งดีๆกัน แล้วที่มาของวันนี้ล่ะ? เราจะมาเจาะลึกกันต่อครับ

( ภาพโดย Sanook จาก คําคม108  )

ที่มาและที่เกิด!? ของวันปีใหม่
วันปีใหม่ในสากลโลกนั้น มีประวัติมาอย่างยาวนาน เริ่มต้นตั้งแต่ในสมัยเริ่มแรกเมื่อชาวบาบิโลเนียเริ่มคิดค้นการใช้ปฏิทิน ( น่าจะเพื่อความสะดวกในการทำการเกษตร ^ ^ ) โดยอาศัยระยะต่าง ๆ ของดวงจันทร์เป็นหลักในการนับ โดยกำนหดให้เมื่อครบ 12 เดือนแล้วจะเป็น 1 ปี และเพื่อให้เกิดความพอดีระหว่างปฏิทินกับฤดูกาล จึงได้เพิ่มเดือนเข้าไปอีก 1 เดือน เป็น 13 เดือนในทุก 4 ปี ( มันเริ่มตรงนี้นี่เอง =^= )

ต่อมาชาวอียิปต์ กรีก และชาวเซมิติค ได้จิ๊ก เอ๊ย! ได้นำปฏิทินของชาวบาบิโลเนียมาใช้และมีการดัดแปลงแก้ไขหลายคราวเพื่อให้ตรงกับฤดูกาลมากยิ่งขึ้นจนกระทั่งสมัยของกษัตริย์จูเลียต ซีซาร์ ได้นำความคิดของนักดาราศาสตร์ชาวอียิปต์ชื่อ โยซิเยนิส มาปรับปรุง ให้ปีหนึ่งมี 365 วัน ในทุก ๆ 4 ปี ให้เติมเดือนที่มี 28 วัน เพิ่มขึ้นอีก 1 วัน เป็น 29 วัน คือเดือนกุมภาพันธ์ เรียกว่า อธิกสุรทิน ( นี้ไงๆ แบบที่เราใช้กันอยู่ในตอนนี้ ^o^ )

เมื่อเพิ่มในเดือนกุมภาพันธ์มี 29 วันในทุก ๆ 4 ปีไปแล้ว แต่วันในปฏิทินก็ยังไม่ค่อยตรงกับฤดูกาลเท่าไหร่นัก คือช่วงเวลาในปฏิทินยาวกว่าช่วงเวลาของแต่ล่ะฤดูกาล เป็นเหตุให้ฤดูกาลมาถึงก่อนวันในปฏิทิน ( อืม เดียวหนาวเดียวร้อนก็คงจะเพราะอย่างงี้สิเนอะ - -" )

และในวันที่ 21 มีนาคมตามปีปฏิทินของทุก ๆ ปี จะเป็นช่วงที่มีเวลากลางวันและกลางคืนเท่ากัน คือเป็นวันที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นตรงทิศตะวันออก และลับลงตรงทิศตะวันตกเป๊ะ! วันนี้ทั่วโลกจึงมีช่วงเวลา เช้า กลางวัน เย็น ค่ำ ดึก และ........ อืม คงจะไม่มีต่อแล้วอ่ะนะครับ -v-" รวมเท่ากับ 12 ชั่วโมง เท่ากัน เรียกว่า วันทิวาราตรีเสมอภาคมีนาคม (Equinox in March)........... ยาวซิบ - -"

แต่ก็เกิดอาเพศในปี พ.ศ. 2125 วัน Equinox in March ดันเกิดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม แทนที่จะเป็นวันที่ 21 มีนาคม เหมือนปรกติ ดังนั้น พระสันตะปาปาเกรกอรี่ที่ 13 จึงทำการปรับปรุงแก้ไขโดยหักวันออกไป 10 วันจากปีปฏิทิน ปฏิทินแบบใหม่นี้จึงเรียกว่า ปฏิทินเกรกอเรี่ยน จากนั้นได้ปรับปรุงประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันเริ่มต้นของปีเป็นต้นมา

( ภาพโดย คุณ คำคม จาก คําคม108  )

แล้วปีใหม่ในไทยล่ะ?
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้วถึงด้วย 4 ครั้ง เรามาดูกันดีกว่า่ครับว่ามีการเปลี่ยนแปลงในแต่ล่ะครั้งอย่างไรบ้าง

- ครั้งแรก ถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง ตรงกับเดือนมกราคม 
- ครั้งที่ 2 กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน 
การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน 2 ครั้งนี้ ถือเอาทางจันทรคติเป็นหลัก
- ครั้งที่ 3 ได้ถือเอาทางสุริยคติแทน โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา 

อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึด!และถือ -o-" เอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่กันอยู่ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทางราชการก็เล่งเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน นั้นกร่อยเสียแล้ว สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะฟื้นฟูมันขึ้นมาใหม่ จึงได้จัดการประกาศว่า " สูเขาจงจัดงานรื่นเริงขึ้นในวันขึ้นปีใหม่นี้ซะ =w=-// " โดยเริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2477 และจัดขึ้น กรุงเทพฯเป็นครั้งแรก

ซึ่งก็ได้ผลขอรับ! การจัดงานวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน ได้แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดอย่างรวดเร็วในปีต่อๆมา และในปี พ.ศ.2479 ก็เป็นปีแรกที่ได้มีการจัดงานรื่นเริงปีใหม่กันทุกจังหวัด ทุกภูมิภาค ทั่วประเทศไทย 555+ โดยวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์

ต่อมาได้มีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งมีหลวงวิจิตร วาทการ เป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม โดยกำหนดว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2484 เป็นต้นไป ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่นะเออ~

( ภาพโดย คุณ คำคม จาก คําคม108  )

แล้วทำไมต้องเปลี่ยนเป็นวันที่ 1 มกราคม?
นั้นสิเนอะครับ เพราะเดิมที 1 เมษายนนั้น ก็ไม่เป็นอะไรเพราะก็ใช้กันมานมนานแล้ว แถมถ้าเอาวันนี้ล่ะก็ได้จัดที 2 งานเลยล่ะ ทั้งวันปีใหม่แล้วก็วันสงกรานต์ 555 ( คิดง่ายเนอะ - -* ) แต่ว่าไหนๆก็เปลี่ยนไปแล้ว เรามาดูกันดีกว่าครับว่า ทำไมต้องเปลี่ยน

- ไม่ขัดกับพุทธศาสนาในด้านการนับวัน เดือน และการร่วมฉลองปีใหม่ด้วยการทำบุญ 
- เป็นการเลิกวิธีนำเอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อมพระพุทธศาสนา 
- ทำให้เข้าสู่ระดับสากลที่ใช้อยู่ในประเทศทั่วโลก 
- เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทย 

( ภาพโดย Kapook จาก คําคม108  )

เราควรทำอะไรดีในวันปีใหม่?
สำหรับใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะเริ่มต้นกิจกรรมวันปีใหม่ด้วยอะไรดี กระผมก็มีรายการมาแนะนำขอรับ จะได้มาเริ่มวันปีใหม่ด้วยกัน ^w^ มาดูกันเลยดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง

- ปีใหม่ก็ต้องทำบุญตักบาตรขอรับ โดยอาจตักบาตรที่บ้าน หรือไปที่วัดหรือตามสถานที่ต่างๆที่ทางราชการเชิญชวนไปร่วมทำบุญก็ตามสะดวกได้เลยครับ
- กราบขอพรจากผู้ใหญ่ และอวยพรเพื่อนฝูง มอบของขวัญ มอบช่อดอกไม้ หรือส่งบัตรอวยพรให้กับคนที่รักเรามาตลอดปี คิๆๆ =^w^=
- จัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องหรือตามหน่วยงานต่างๆ

วันขึ้นปีใหม่นับเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เราได้ทบทวนถึงการสิ่งที่เราทำมาตลอดปี และคิดหาแนวทางปรับปรุงในสิ่งที่ไม่ดี เพื่อจะได้แก้ไขให้ดีขึ้นในปีต่อไป

ทุกๆคนล่ะครับ? เริ่มต้นปรับปรุงตัวเองกันรึยังเอ่ย~? คิๆ ไม่เห็นต้องถามเนอะ ทุกๆคนก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นกันแน่นอน 

( ภาพโดย คุณ คำคม จาก คําคม108  )

จะยังไงก็แล้วแต่ เริ่มต้นปีใหม่แล้วกระผมก็ขอให้ทุกๆคนประสบสุขหมดทุกข์ สมหวังตามประสงค์ในสิ่งที่ดี คิดทำการใดในสิ่งดีก็ให้สำเร็จไปตามนั้นโดยเร็วพลัน ให้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ ( อันนี้ต้องออกกำลังกายเปป็นประจำแล้วก็กินอาหารครบ 5 หมู่ด้วยนะคร้าบ........ แล้วจะอวยพรทำไมเนี้ย? - -* ) ปราศโรคภัย ภยันอันตรายใดๆอย่าได้กำกร่าย ให้มีแต่โชคดีเรียงรายเข้าหา เงินทองไหลมาเทมาให้ใช้กันไม่ทันมือ 555 และสุดท้าย มีความสุขตลอดปีใหม่นะฮ้าฟ~~~~~~~~~ ฮิ้ว~~~~~~~~

เอาล่ะ ปีใหม่เราก็มาฟังเพลงปีใหม่กันดีกว่า เป็นเพลงที่แต่งแต่งโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชครับ

เพลงวันปีใหม่ (เพลงพรปีใหม่ เพลงพระราชนิพนธ์ในหลวง) 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ

( วิดีโอ โดย คุณ bansaytongkanokwalai จาก Youtube )

สวัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์
ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี
ข้าวิงวอนขอพรจากฟ้า ให้บรรดาปวงท่านสุขศรี
โปรดประทานพรโดยปรานี ให้ชาวไทยล้วนมีโชคชัย
ให้บรรดาปวงท่านสุขสันต์ ทุกวันทุกคืนชื่นชมให้สมฤทัย
ให้รุ่งเรืองในวันปีใหม่ ผองชาวไทยจงสวัสดี
ตลอดปีจงมีสุขใจ ตลอดไปนับแต่บัดนี้
ให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์ สวัสดีวันปีใหม่เทอญ 

เกี่ยวกับ เพลงพรปีใหม่ 
เพลงพระราชนิพนธ์ พรปีใหม่ เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 13 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2494 เมื่อเสด็จนิวัตพระนคร และประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานพรปีใหม่ แก่บรรดาพสกนิกรไทยด้วยเพลง จึงทรงพระราชนิพนธ์เพลง "พรปีใหม่" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องเป็นคำอำนวยพรปีใหม่ แล้วพระราชทานแก่วงดนตรี 2 วง คือ วงดนตรีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำออกบรรเลง ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวงดนตรีสุนทราภรณ์ นำออกบรรเลง ณ ศาลาเฉลิมไทย ในวันปีใหม่ วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2495 

Credit
data by
ประวัติความเป็นมา วันปีใหม่ by ฅนภูไท @ www.baanmaha.com

picture by
108 คำคม ปีใหม่ by คำคม @ www.คําคม108.com
SMS คำคมอวยพรปีใหม่ by DMC TV @ www.dmc.tv
ส่งความสุขวันปีใหม่คะ by saylompoowangdee @ webboard.sanook.com
ดอกไม้แห่งรัก...ประจำวันเกิด by EiEiKa @ webboard.sanook.com