Showing posts with label เกร็ดความรู้วันล่ะนิด. Show all posts
Showing posts with label เกร็ดความรู้วันล่ะนิด. Show all posts

Wednesday, September 18, 2013

กรุ๊กๆ กรู๊~~ ผีมาแล้ว~~~


( ภาพโดย คุณ zedth จาก thaibrickclub )

เมื่อกระผมเสร็จจากการแข่งทักษะมา ระหว่างทางกลับบ้าน พวกกระผมได้พูดถึงเรื่องผี พูดถึงผี หลายๆคนก็คงจะนึก คนตาย วิญญาณ ที่มีรูปร่างไม่ก็หน้าตาบิดเบี้ยว เนื้อตัวขาดหวิด อวัยวะไม่ครบ 32 ฯลฯ แต่หลายๆคน พูดถึงผีก็จะนึกถึงสถานที่ต่างๆที่ว่ากันว่าเฮี้ยนดีแท้ ^ ^" แล้วใครรู้บ้างรึเปล่าขอรับ ว่าผีคืออะไร? กระผมจะพาไปพิสูจน์กันขอรับ ตามมาเลย~~~

( ภาพโดย คุณ zedth จาก thaibrickclub )

ผีในความเชื่อคือวิญญาณของผู้ตายที่ออกจากร่างแล้ว แต่ยังคงผูกพันอยู่กับบางสิ่งบนโลกมนุษย์ ทำให้ไปเกิดไม่ได้ ยังคงวนๆเวียนๆอยู่บนโลก
แต่ผีในแง่วิทยาศาสตร์ได้มีการพิสูจน์ในระดับนึงออกมาแล้วขอรับว่าเกิดจากอะไร โดยเฉพาะผีในบ้านร้างทั้งหลายแล่ เบื้องต้น ผีคือ พลังงานในรูปคลื่นความถี่ที่เกิดจากการสั่นไหวในระดับที่สม่ำเสมอของวัตถุรอบๆตัวเรา เช่น ผ้าม่าน ลมที่รอดรูบนเศษกระจกที่แตก ฯลฯ ซึ่งเจ้าคลื่นนี้ เราไม่สามารถได้ยินหรอกขอรับ แต่เมื่อไรที่เจ้าคลื่นนี้กระทบเข้าหูเรา ประสาทของเราก็จะตอบสนองตามสัญชาตญาณเลยคือ เกิดการตื่นตัว และเนื่องด้วยเกิดอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดปฏิกิริยาซ้อนตามสัญชาตญาณอีกทีคือ เกิดความรู้สึกถูกคุกคามทำให้ขนลุกซู่และเกิดอาการกลัว ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดในเวลาสั้นๆเพียงไม่กี่วินาทีเองขอรับ ( ขึ้นอยู่กับแต่ล่ะคน บางคนอาจจะตอบสนองช้า =w=; )  ซึ่งนี้เองเป็นสาเหตุให้ว่าทำไมเวลาลมพัดมาเบาๆแล้วพวกเราถึงได้รู้สึกหวิวๆ เสียววาบๆ นั้นก็ด้วยสาเหตุนี้เองแล

เอาล่ะทุกๆคน คงจะได้รู้แล้วสินะขอรับ ว่าผีคืออะไร อย่างไรก็ดี จะเชื่อว่าผีมีจริงก็ไม่ผิดหรอกขอรับ ( เพราะกระผมก็เชื่อนะขอรับ ^w^" ) แต่ความเชื่อทั้งหมดควรตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่พิสูจน์ได้ ไม่ควรตั้งเองสรุปเอง เดียวจะกลายเป็นงมงายเอานะขอรับ ^o^

สุดท้ายนี้ขอปิดด้วยภาพสยองๆแล้วกันขอรับ คลิกดูเอาเองนะขอรับ

Credit:
data by

picture by

Saturday, June 15, 2013

ช็อกโกแล็ต~ ถึงแฟต แต่ก็ช่วยแก้ไอ~ : o


( ภาพโดย คุณ จิตตากร จาก OKNation )

อะ..ๆๆ ไอ ไอ ไอ... เลิฟ ยู~~ ฮิ้ว~~~ ฮ่าๆ แห่มๆ มุขนี้เล่นไม่ได้แล้วเนอะขอรับ จืดจนไม่น่าสนใจไปเสียแล้ว แต่การไอจริงๆเป็นสิ่งที่เรามองข้ามไม่ได้เลย ยิ่งหากเป็นไอเรื้อรังแล้วยิ่งแล้วใหญ่ วันนี้กระผมมีวิธีแก้ไอง่ายๆ แต่ได้ผลมาฝากกันขอรับ มาดูกันเลยขอรับว่าต้องตระเตรียมอะไรบ้าง

สิ่งที่ต้องตระเตรียม

( ภาพโดย toonne จาก www.toonne.com )

ขั้นตอนก็ง่ายๆ ขอรับ แค่บิท ชิม แล้วก็กินโล้ด~ สารที่ชื่อ ธีโอโบรไมน์ซึ่งมีภายในช็อกโกแลตจะไปออกฤทธิ์กับเส้นประสาทชื่อเวกัสเนอร์ฟ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการไอ ทำให้ยับหยั้งอาการไออย่างได้ผล

ใครที่มีอาการไอเรื้อรังก็ทานช็อกโกแลตเลยขอรับ ช่วยได้แน่นอน แต่อย่าเผลอกินเยอะเกินล่ะขอรับ จะเป็นเบาหวานแทน หุๆ ^.^

Credit:
data by

picture by

Friday, May 31, 2013

เมื่อท้องอิ่ม หนังตาก็หย่อน =~=zZZ


( ภาพโดย บันทึกของตะวัน จาก tawan-blog.com )

เคยเป็นใช่มั้ยขอรับ เวลาเรากินข้าวอิ่มๆแล้ว ยิ่งกินจนจุยิ่งแล้วใหญ่ เพราะสิ่งที่จะตามมาก็คือ ความง่วง ทำไมเรากินอิ่มแล้วเราถึงง่วงด้วย? งานนี้มีคำตอบง่ายๆขอรับ

ในร่างกายคนเรานั้น ทุกๆอวัยวะที่ทำงาน ต่างก็ต้องการเลือดไปหล่อเลี้ยงและนำพลังงานในรูปสารอาหารและอ๊อกซิเจนไปให้ ดังนั้น เมื่อเวลาที่เรากินอิ่มนั้น กระเพาะก็จะเริ่มทำงานหนัก ทำให้เลือดต้องไปเลี้ยงที่กระเพาะหนักหน่อย ส่งผลให้ส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะสมองของเรามีพลังงานและอ๊อกซิเจนจากเลี้ยงไปหล่อเลี้ยงไม่พอ ทำให้เกิดอาการง่วงขึ้นมา ดังนั้น กินให้น้อยแต่พออยู่ท้องจะดีกว่านะขอรับ หรือถ้าอยากจะกินมากๆจริงๆ แนะให้ดื่มชาร้อนหรือเย็นก็ได้แล้วแต่ความชอบขอรับ แต่ต้องไม่ใส่น้ำตาลนะครับ จะช่วยให้สดชื่นได้

ฮ้าว~ ว่าแล้วก็ง่วง ขอตัวไปนอนก่อนนะขอรับ ZvZ

Credit:
data by

picture by

Thursday, May 23, 2013

ฝรั่งกับคนไข้ไปด้วยกันไม่ได้ ( จริงหรือ!? OwO! )


( ภาพโดย collagentrendy จาก collagentrendy.com )

ทำไมล่ะ ทั้งๆที่เค้าออกจะมีคุณค่ามากมาย ทั้งๆที่เธอกินเค้าเป็นประจำ แต่ทำไม!~~ T^T
ฮ่าๆ เราทิ้งดราม่ากันไว้ก่อนแล้วกันนะขอรับ อืม มันก็น่าคิดอยู่เนอะครับว่าทำไม? งานนี้มีสาเหตุเล็กๆ ( ที่ไม่เล็ก ) อยู่ขอรับ

นั้นคือเมื่อเราป่วย ( เป็นไข้ ) ร่างกายเราจะอุณหภูมิสูงขึ้น เมื่อรับประทานอาหาร ผัก หรือ ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงจึงเป็นการเกื้อหนุนให้อาการคืออุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นไปอีก และจะเป็นอันตรายมากหากว่าผู้ป่วยนั้นเป็นไข้หนัก ต้องอย่าให้กินเชียวนะขอรับ ไม่งั้นก็จะได้เห็นคนไข้ชักเพราะอุณหภูมิในร่างกายสูงเกินแน่นอนขอรับ ^w^" ( ได้เต้นกัมนังสไตล์ทั้งนอนไปเลย =v=" )

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับผู้ป่วยบางรายที่ป่วยด้วยโรคจากการที่ร่างกายขาดธาตุโพแทสเซียม อันนี้ก็ต้องให้...... คุณหมอเป็นผู้พิจารณาล่ะนะขอรับ ว่าควรมากน้อยแค่ไหน ^v^

Credit:
data by

picture by

Tuesday, May 21, 2013

ต้ม ผัด แกง ทอด หอมอร่อยในพริบตา~ ( ไม่ติดกระทะด้วยนะเธอ =o= )



( ภาพโดย คุณ admin จาก indyalbum.com )

ของทอด ไม่ว่าจะอะไรทอดก็ดี ( ยกเว้นทอดสะพานนะขอรับ หุๆ ^.^ ) นั้นเป็นอาหารที่เป็นที่ชื่นชอบของเราๆทั่วไป เรียกว่าเลยว่าแต่ล่ะวันเราต้องมีเมนูของทอดสักอย่างเป็นแน่ และหลายๆคนเองก็เลือกทางประหยัดด้วยการลงมือทอดเอง แต่ทว่าทุกอย่างก็ไม่ลงเอ่ยอย่างสวยหรู ( และหอมหวลชวนรับประทาน.... เอื้อก! @~@ ) เหมือนของทอด บ่อยครั้งที่อาหารมักจะติดกระทะอยู่เสมอๆ

วันนี้กระผมก็เลยมีเทคนิคการทอดอาหารแบบไม่ให้ติดกระทะมาฝากันขอรับ ก่อนอื่นเรามาถึงทราบอุปกรณ์กันก่อนนะขอรับว่ามีอะไรบ้าง

( ภาพโดย คุณ Administrator จาก office.bangkok.go.th )

( ภาพโดย Twin Fish จาก www.twinfishshop.com )

เอาล่ะครับ เมื่อทราบถึงอุปกรณ์กันแล้วก็เข้าสู่วิธีการกันเลยนะขอรับ วิธีการก็คือ

1. เมื่อตั้งกระทะ และจุดไฟแก๊สแล้ว ก็.............. อย่าเพิ่งเทน้ำมันนะขอรับ ฮาๆ ให้หาน้ำส้มสายชูประมาณ 1 ช้อนโต๊ะนะขอรับ ( อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับขนาดกระทะขอรับ ^w^ ) เทลงกระทะไปเลยขอรับ
2. ร่อนน้ำส้มสายชูให้ทั่วกระทะเลยขอรับ แล้วปล่อยทิ้งไว้จนแห้งสนิท ( ย้ำว่าต้องแห้งนะขอรับ )
3. เทน้ำมันลงไป แล้วทอดกันเร้ย~~~~~ ฮาๆๆ

เป็นยังไงขอรับ ง่ายๆใช่มั้ยขอรับ อ๋อ แต่ก็มีข้อควรระวังด้วยนะขอรับ คือ ห้ามใส่น้ำมันก่อนน้ำส้มสายชูนะขอรับ ไม่งั้นน้ำมันจะระเบิด และอาจจะกระเด็นใส่เราก็เป็นได้นะขอรับ ยิ่งถ้าน้ำมันกำลังร้อนได้ที่นี่ยิ่งแล้วใหญ่นะขอรับ อย่าใส่เชียว ไม่งั้นและก็ไฟจะลุกโดยไม่รู้ตัวนะขอรับ ( และจะได้เห็นครัวไฟลุก เหอๆๆ )

Credit:
data by
เคล็ดลับที่ทำให้ของทอด...ไม่ติดกระทะ....คือ เกลือ และ น้ำส้มสายชู ครับ by samsam at topicstock.pantip.com

picture by

Sunday, May 19, 2013

ดอกไม้สด ง่ายๆ ไม่กี่สลึง!




ดอกไม้สำหรับใครถือว่าเป็นเครื่องช่วยจรรโลงใจได้ดี ด้วยกลิ่นหอมและสีสันสดใสของดอกไม้ทำให้หลายๆคนมักจะให้เป็นของขวัญหรือสื่อแทนใจกัน แต่เจ้ากรรม ดอกไม้ก็ไม่ได้สดไปตลอดกาลซะด้วยสิ นับวันก็ค่อยๆเหี่ยวเฉาลงไป วันนี้กระผมเลยมีวิธีการในการรักษาความสดของดอกไม้มาฝากขอรับ เป็นวิธีการที่มีค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่สลึง! ง่ายๆขอรับ

แค่หาเหรียญสลึงสัก 2-3 เหรียญหรือมากกว่านั้น ( แต่ไม่ควรมากจนเกินไปนะขอรับ ประเมินจากขนาดกระถางแล้วกันนะขอรับ เอาแค่พอให้มีเป็นบางตา ) ไปโรยให้ทั่วรอบๆดอกไม้ของเรา สารที่เป็นองค์ประกอบของเหรียญสลึงจะไปยับยั้งการเกิดและเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ดอกไม้สวยๆของเราเหี่ยวเฉาลง

เป็นยังไงครับ ง่ายๆ ไม่กี่สลึง! คิๆ ไว้คราวหน้ากระผมจะหาเกร็ดความรู้ดีๆมาฝากต่อนะขอรับ

Credit:
data by

picture by

Thursday, March 7, 2013

ทำไมต้องหาว?


เกร็ดความรู้วันละนิด

ทำไมต้องหาว?

( ภาพโดย คุณ สุทธิชัย หยุ่น จาก OKNation )

หาว~~ แจ๊บๆ ไม่ไหวแล้ว~ ขอตัวไปนอนก่อนนะขอรับ =.=; 
ฮ่าๆ หลายๆคนคงจะเคยเจอไม่ก็กำลังเกิดเหตุการณ์แบบนี้กลับตัวเองอยู่เป็นแน่เลย ก็มันง่วงนิเนอะ =v= และบ่อยครั้งเวลาเราหาวหรือเห็นคนอื่นหาว เป็นอันว่าคนใกล้ๆต้องห่วงตามกันหมด ^ ^" แล้วเคยสงสัยกันบ้างมั้ยครับว่าทำไม? วันนี้กระผมขอพาไปเจาะลึกถึงเรื่องนี้กันขอรับ ^o^

หาวคืออะไรหนอ?

( ภาพโดย Admin จาก women.thaiza.com )

ในแง่หนึ่ง หาวคือสัญญาณบอกให้เราและคนรอบตัว ( กำลังดูเราหาว ^ ^" ) รู้ว่าเราเริ่มอ่อนล้าแล้ว อยากจะพักผ่อน
แต่ใครจะเล่าครับว่าหลายๆฝ่ายทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ นักจิตวิทยา ฯลฯ ต่างก็สงสัยและออกมาทำวิจัยร่วมกันจนในที่สุดก็ได้ข้อมูลมา อันถือว่าเป็นการพลิกประวัติศาสตร์การหาวของมวลมนุษยชาติที่มีมาเนินแล้ว ( แห่ม พูดซะ =v=" ) นั้นคือ..........

ทำไมต้องหาวล่ะ?


ข้อมูลที่ทุกๆฝ่ายได้มาก็คือ.....
การหาวแม้ว่าจะเป็นสัญญาณบอกว่าเรากำลังอ่อนล้าแล้วก็จริง แต่ที่ร่างกายหาวนั้นหมายถึงการกระตุ้นเพื่อให้ตื่นตัว OoO!!! ไงเป็นแบบนั้นได้อ่ะ?
ครับ ก็น่าแปลกเสียทีเดียวที่ข้อมูลออกมาแบบนั้น ว่าการหาวเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการตื่นตัวพร้อม ไฟต์โตะ! กับสิ่งอยู่ตรงหน้าต่อไป
ในแง่วิทยาศาสตร์นั้น การหาวเป็นการส่งคลื่นเย็นไปยังสมอง ( การสูดอ๊อกซิเจนเข้าร่างกายนั้นไม่ได้ส่งตรงไปยังสมองหรอกนะครับ ^w^ ) ทำให้เกิดการกระตุ้นในทุกๆส่วนของร่างกายอันทำให้ร่างกายเกิดการตื่นตัว นอกจากนี้การหาวยังเป็นการเติมอ๊อกซิเจนให้ร่างกาย ( ตามที่กล่าวก่อนหน้านี้ ^o^ ) เมื่อความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และกรดแลกติก ( กรดที่ส่งผลให้เรารู้สึกเมื่อยล้า ) อยู่ในระดับที่สูงกว่าอ๊อกซิเจนหรือเกินสมดุล และไม่สามารถระบายออกด้วยการหายใจได้ทัน ร่างกายก็เลยหาว~~ เพื่อสูดเอาอ๊อกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อปรับสมดุลในจุดนี้

เอาล่ะ เราก็รู้แล้วว่าเราหาวเพื่ออะไร แต่รู้อีกรึเปล่าครับว่าการหาวก็มีความหมายอื่นๆเหมือนกัน งั้นเรามาดูกันเลยครับ

อิฉ้านหาว~~ เพื่ออะไรกันหนอ? น่ายจ๋า~

( ภาพโดย คุณ Jday จาก fotoartspace.com )

การหาวในแง่จิตวิทยานั้นถือว่าแปลกเลยทีเดียวเพราะมันมีหลายความหมายมาก การหาวนอกจากจะเป็นการกระตุ้นให้เราตื่นตัวแล้ว ยังหมายถึงว่า เค้าอยู่กับตัวเองได้อีกนานนะ ^v^ หากในวงสนทนาหรือในห้องเรียนแล้ว การหาวจะหมายถึง การสนอกสนใจในเรื่องเหล่านั้นเป็นอันมาก O.O!? ( จริงเหรอ? ^w^" ) ร่างกายเลยตอบสนองด้วยการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการตื่นตัวพร้อมที่จะรับรู้สิ่งเหล่านั้นอย่างเต็มที่! 

แล้วทำไมเวลาหาว เราต้องเอามือปิดปากด้วยล่ะ?

( ภาพโดย METRO SOCIETY | admin จาก metro-society.com )

อันนี้เราต้องขอบคุณชาวต่างชาติ ( ดีมั้ยเนี้ย =v=" อ๋อ ในที่นี้ขอเรียกว่าฝรั่งแล้วกันนะครับ ) ที่ก่อกำเนิดความเชื่อนี้จนนำไปสู่มารยาทในการหาวมาจนถึงปัจจุบันนี้

 ฝรั่งในสมัยโบราณเชื่อว่า การหาวทำให้วิญญาณออกจากร่าง ดังนั้นเวลาหาวจึงต้องเอามือปิดปากไว้ เพื่อไม่ให้วิญญาณหนีไป
       
       ที่มาของความเชื่อนี้ก็เนื่องมาจากในสมัยก่อนเด็กเกิดใหม่มักจะเสียชีวิต เพราะวิทยาการทางการแพทย์ยังไม่เจริญก้าวหน้าเช่นปัจจุบัน เมื่อสังเกตเห็นเด็กหาวทันทีที่เกิด จึงเข้าใจว่าการหาวทำให้เสียชีวิต ซึ่งอันที่จริงสามารถอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ว่าเป็นปฏิกิริยาธรรมชาติที่เด็กจะสูดเอาออกซิเจนเข้าปอดภายหลังเพื่อเป็นการกระตุ้นให้อวัยวะต่างๆเริ่มทำงานเต็มรูปแบบ
       
       ในสมัยนั้นจึงมีคำแนะนำให้แม่นั่งเฝ้าลูกน้อยเป็นพิเศษในช่วงเดือนแรกๆ หลังคลอด เพื่อคอยปิดปากลูกเวลาหาว เพราะเด็กยังปิดปากตัวเองไม่ได้ ( แล้วเด็กจะได้ตื่นตัวมั้ยล่ะเนี้ย =v=" ) ความเชื่อดังกล่าวจึงกลายมาเป็นมารยาทในการหาวจนถึงปัจจุบัน
       
อ๋อ จากนี้ยังมีอีกมารยาทนึงที่สำคัญที่เราอาจจะพบเห็นได้โดยทั่วไปคือ เวลาหาวมักจะการหันหน้าไปทางอื่น หรือแม้แต่การกล่าวคำขอโทษออกมาหลังจากหาว
       
       ที่มาของเรื่องนี้ก็คือ เมื่อคนสมัยโบราณสังเกตเห็นว่าเมื่อคนหนึ่งหาว คนที่อยู่ใกล้ๆ ก็มักจะหาวตามกัน ดังนั้นหากการหาวเป็นอันตรายต่อผู้หาว อันตรายนี้ย่อมติดไปถึงผู้อื่นด้วย เวลาหาวจึงหันหน้าหนีเพื่อไม่ให้คนอื่นเห็น ส่วนการขอโทษก็เป็นเสมือนการแสดงความเป็นมิตรกับยมทูตที่จะมาพรากวิญญาณไปนั่นเอง

Credit
data by

picture by