Showing posts with label วันสำคัญของไทย. Show all posts
Showing posts with label วันสำคัญของไทย. Show all posts

Thursday, January 30, 2014

วันเด็กแห่งชาติ(ไทย) 2557 เด็กไทยจะไปอาเซียนแล้ว~~~


( ภาพโดย GplusThai จาก gplusthai.com )

เอาล่ะ อีกแค่สัปดาห์เดียวเอง ก็จะเข้าสู่วันเด็กกันแล้ว รู้สึกตื่นเต้นมากเลยขอรับ โดยเฉพาะกับ TGS ที่ได้ยินแว่วๆมาว่า จะมีเกมออนไลน์ดังๆจากค่ายต่างๆกว่า 30 เกมภายในงาน งานนี้มันส์แน่ๆขอรับ

ฮาๆ เอาเป็นว่ามาเข้าสู่เนื้อหาหลักกันดีกว่า
ตอนนี้ก็ย่างเข้าวอีก 1 ปีแล้ว เหลืออีกเพียงไม่ถึงปีก็จะเข้าสู่อาเซียน เด็กไทยทั้งหลายต่างก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับการเปิดประเทศในอีกไม่กี่เดือนนี้ให้ได้ แต่ก่อนอื่นไหนๆก็จะวันเด็กแล้วเราก็มาสนุกกันให้เต็มที่ก่อนดีกว่า~~

ก่อนอื่นเรามาทราบประวัติวันเด็กกันคร่าวๆก่อนล่ะกันนะขอรับ

จุดเริ่มต้นวันเด็กแห่งชาติ(สากล)

( ภาพโดย Wanruedi จาก news.phuketindex.com )

วันเด็กแห่งชาติ มีต้นกำเนิดมาจากการที่องค์การสหประชาชาติทั่วโลกเกิดความตื่นตัว และเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะให้ความสำคัญแก่เด็กๆได้แล้ว โดยในปี พ.ศ. 2498 นายวี เอ็ม กุล ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศ ได้เป็นผู้นำเรื่องเสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ว่า "พวกวี(เรา)ควรให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เหล่าผู้ใหญ่ทั้งหลายเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก รวมถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนต่อในประเทศในอนาคต โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ"

         ทั้งนี้ ก็ได้มีการขานขึ้นพร้อมๆกันรับราวกับดอกเห็ดจากกว่า 40 ประเทศ ในปีเดียวกันนั้นเองทั่วโลกก็จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติของตนขึ้น โดยได้มีการกำหนดว่าจะถือเอาวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ

         สำหรับประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในดอกเห็ดเหล่านั้น โดยจากการที่นายวี เอ็ม กุลกานี ได้เสนอผ่านกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยว่า "พวกไอตกลงจะจัดงานวันเด็กแล้วนะ พวกยูก็น่าจะจัดบ้างนะ"
รัฐบาลขานรับข้อเสนอนั้น จึงได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อรับผิดชอบในการประสานกับทุกฝ่าย และประสานกับโรงเรียน ชุมชนเพื่อให้ทราบถึงแนวทางและวัตถุประสงค์ในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

แล้ววันเด็กในไทยจัดครั้งแรกเมื่อไร?


วันเด็กแห่งชาติไทย เริ่มจัดครั้งแรกเมื่อ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 ซึ่งก็เป็นวันเดียวกับที่ทั่วโลกเลือกจะจัดงานวันเด็กตามข้อเสนอจากนายวี เอ็ม กุลกานีนั้นเอง

แล้วทำไมถึงเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ในสัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคม?

นั้นก็เพราะภายหลังจัดงานวันเด็กมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่ง พ.ศ.2506 เหล่าคณะกรรมการจัดงานวันเด็กก็เห็นพ้องต้องกันว่า สมควรเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กได้เสียแล้ว เนื่องด้วยเดือนตุลาคมยังอยู่ในช่วงหน้าฝนประกอบกับเป็นวันจันทร์ทำให้เหล่าผู้ปกครองและเด็กๆไม่สะดวกจะไปยังสถานที่งานวันเด็ก ในปี พ.ศ.2507 จึงได้ประกาศเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กเป็นวันเสาร์ในสัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคม แต่ทว่ากว่าจะประกาศออกมาได้นั้น มันก็ดันเลยวันเสาร์ในสัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคมไปซะแล้วเนี้ยสิ ทำให้เหล่าเด็กน้อยตาดำๆอดเที่ยวงานวันเด็กในปี พ.ศ.2507 กัน งานวันเด็กจึงเริ่มจัดใหม่อีกครั้งในวันเสาร์ในสัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคมตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 เป็นต้นมา

และแน่นอน จะถึงวันเด็กแล้วต้องมีคำขวัญสิ!

( ภาพโดย เด็กนอก จาก www.oknation.net )


คำขวัญวันเด็ก 2557 - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร - กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง

และแน่นอน จะวันเด็กแล้วก็ต้องพูดถึงกิจกรรม มาดูกิจกกรมวันเด็กกัน

( ภาพโดย YayyYinG จาก variety.horoworld.com )

กิจกรรมต่าง ๆ ที่ปฏิบัติในวันเด็กแห่งชาติ  ล้วนมีจุดประสงค์ไปในทางเดียวกัน คือ เพื่อให้เด็กได้ตระหนักถึงคุณค่าบทบาท และความสำคัญของตนเอง โดยการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น ในโรงเรียน หมู่บ้าน หรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าทุกถิ่นจะมีขนมมากมาย มีคำเชื้อเชิญเพราะ ๆ มีคำอวยพรให้เด็กๆ เป็นวันที่เด็ก ๆ มีสิทธิพิเศษ ถนนทุกสาย เปิดพื้นที่ให้เด็กๆ หรือร่วมกันทำกิจกรรม ในแต่ละชุมชนเพื่อเด็กๆ จัดบรรยากาศเพื่อเด็ก ๆ เพลงเด็ก ๆ ของขวัญเพื่อเด็ก ๆ ฯลฯ

สุดท้ายนี้ กระผมก็ขอสุขสันตืวันเด็กกับทุกคนล่วงหน้านะขอรับ

( ภาพโดย หญิงงาม จาก fb.sanook.com )

Credit:
data by

picture by

Saturday, December 21, 2013

วันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวา มหาราช



ในที่สุดก็วาระสำคัญแห่งชาติที่พวกเราชาวไทยเฝ้ารอก็เวียนมาบรรจบครบอีกหนึ่งครั้ง
เป็นวาระแห่งการเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

เอาล่ะ ขอรับใครได้่ดูถ่ายทอดสดพิธีในวันนี้บ้างขอรับ? ต้องได้ดูกันทุกๆคนแน่แล้วเนอะ~
เพื่อวันพ่อที่มาถึงนี้ กระผมจะขอสดุดีในหลวงท่านโดยเล่าชีวประวัติของพระองค์นะขอรับ แต่ก่อนจะเริ่มเล่ากระผมขอพาไปรู้จักกับบุคคลสำคัญผู้บุกเบิกวันพ่อกันก่อนนะขอรับ

บุคคลสำคัญผู้ริเริ่มแนวคิดวันพ่อ คือ จอห์น บี. ดอดด์ ชาวอเมริกัน วันพ่อแห่งชาติครั้งแรก ถูกจัดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2461 ณ โบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองแฟร์มอนต์ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

สำหรับที่มาของวันพ่อแห่งชาติในประเทศไทยของเรานั้น เริ่มต้นจัดครั้งแรกโดย คุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต นายกสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา โดยมีแนวคิดว่า " เนื่องจาก "พ่อ" คือผู้ที่ควรได้รับการเทิดทูน และยกย่อง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดา และทรงทะนุบำรุงพระราชโอรส และพระราชธิดาด้วยความรัก ทรงอบรมอนุศาสน์ให้ทรงเจริญวัยสมบูรณ์ และทรงบำเพ็ญคุณานุประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเพื่อให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท "
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงดูแลพวกเราเหล่าอาณาประชาราชให้อยู่เย็นเป็นสุขใต้ร่มพระบารมีของพระองค์เฉกเช่นที่ท่านดูแลลูกๆของท่าน จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะกำหนดให้วันพระราชสมภพของพระองค์เป็นวันพ่อแห่งชาติของไทย

เอาล่ะ ขอรับ ต่อไปกระผมจะขออนุญาติเล่าชีวประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเพื่อเป็นการสดุดีพระองค์ท่าน เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2556

พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชสมภพในราชสกุลมหิดลอันเป็นสายหนึ่งในราชวงศ์จักรี ณ โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น 12 ค่ำ ปีเถาะ นพศก จุลศักราช 1289 ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ซึ่งเหตุที่พระราชสมภพในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากพระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนีกำลังทรงศึกษาวิชาการอยู่ที่นั่น

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นพระโอรสองค์ที่สามในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในกาลต่อมา) และหม่อมสังวาลย์ ตะละภัฎ (ชูกระมล) (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในกาลต่อมา) มีพระนามขณะนั้นว่า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช มีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงออกพระนามเรียกพระองค์เป็นการลำลองว่า "เล็ก"

พระนาม "ภูมิพลอดุลเดช" นั้น พระบรมราชชนนีได้รับพระราชทานทางโทรเลขจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2470 โดยทรงกำกับตัวสะกดเป็นอักษรโรมันว่า "Bhumibala Aduladeja" ทำให้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเข้าพระทัยว่าได้รับพระราชทานนามพระโอรสว่า "ภูมิบาล"ในระยะแรกพระนามของพระองค์สะกดเป็นภาษาไทยว่า "ภูมิพลอดุลเดช" ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเองทรงเขียนว่า "ภูมิพลอดุลยเดช" โดยทรงเขียนทั้งสองแบบสลับกันไป จนมาทรงนิยมใช้แบบหลังซึ่งมีตัว "ย" สะกดตราบปัจจุบัน 

พระนามของพระองค์มีความหมายว่า

ภูมิพล - ภูมิ หมายความว่า "แผ่นดิน" และ พล หมายความว่า "พลัง" รวมกันแล้วหมายถึง "พลังแห่งแผ่นดิน"
อดุลยเดช - อดุลย หมายความว่า "ไม่อาจเทียบได้" และ เดช หมายความว่า "อำนาจ" รวมกันแล้วหมายถึง "ผู้มีอำนาจที่ไม่อาจเทียบได้"

เมื่อ พ.ศ. 2471 ได้เสด็จกลับสู่ประเทศไทยพร้อมพระบรมราชชนก ซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ และสมเด็จพระเชษฐาธิราช โดยประทับ ณ วังสระปทุม ต่อมาวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472 สมเด็จพระบรมราชชนกสวรรคต ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุไม่ถึงสองพรรษา

การศึกษา

(ภาพโดย คุณ ปริยวาที จาก topicstock.pantip.com )

พ.ศ. 2475 เมื่อเจริญพระชนมายุได้สี่พรรษา เสด็จเข้าศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี จนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2476 จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยพระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เพื่อการศึกษาและพระพลานามัยของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช จากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนเมียร์มองต์ เมืองโลซาน ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2477 ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศสภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ แล้วทรงเข้าชั้นมัธยมศึกษา ณ "โรงเรียนแห่งใหม่ของซืออีสโรมองด์" (ฝรั่งเศส: École Nouvelle de la Suisse Romande, เอกอล นูแวล เดอ ลา ซืออีส โรมองด์) เมืองแชลลี-ซูร์-โลซาน (ฝรั่งเศส: Chailly-sur-Lausanne)

เมื่อพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรีพระองค์ก็ได้รับการสถาปนาฐานันดรศักดิ์เป็น "สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลเดช" เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478

เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2481 ได้โดยเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จนิวัตประเทศไทย เป็นเวลา 2 เดือน โดยประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต จากนั้นเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์จนถึงปี พ.ศ. 2488 ทรงรับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ จากโรงเรียนยิมนาส คลาซีค กังโตนาล แล้วทรงเข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโลซาน แผนกวิทยาศาสตร์ โดยเสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง ประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมานในพระบรมมหาราชวัง

ต่อไปกระผมจะพาไปดูกิจกรรมที่น่าสนใจในวันพ่อกันนะขอรับ

กิจกรรมที่น่าสนในวันพ่อ

กิจกรรมที่นิยมปฏิบัติในวันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันพ่อแห่งชาติ ได้แก่ การประดับธงชาติที่อาคารบ้านเรือน, การจัดพิธีศาสนสงฆ์ ทำบุญใส่บาตร เพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศล น้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล, การจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และที่ขาดไม่ได้สำหรับกิจกรรม วันพ่อแห่งชาติ คือการมอบรางวัลพ่อตัวอย่าง หรือพ่อดีเด่น เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม อีกทั้งยังเพื่อให้ผู้เป็นพ่อได้สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน  

Credit:
data by

picture by

Wednesday, January 30, 2013

วันครู ผู้สร้างคน




( ภาพโดย Google Doodles )

".....พระคุณที่สามงดงามแจ่มใส
แต่ว่าใครหนอใครเปรียบเปรยครูไว้ว่าเป็นเรือจ้าง....." 


เสียงเพลงพระคุณที่สามดังก้องในหลายๆโรงเรียน นักเรียนทุกคนร่วมกันขับร้องเพลงเพื่อแสดงถึงความกตัญญูกตเวที และสำนึกในพระคุณที่คุณครูท่านได้เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ เฝ้าอบรมเราตลอดระยะเวลา 1 ปี

ครับ วันนี้ก็มาเวียนมาถึงอีกครั้งกับวันครู ครูผู้ซึ่งเป็นผู้ให้ "อนาคต" ครูผู้สร้าง "คนเก่ง" ครูผู้พัฒนา "คนให้เป็นคนดี มีคุณภาพ" ( ขอแอบยืมคำของลุง Google มาใช้สักหน่อย ^ ^" ) เอ้าล่ะ เพื่อให้เข้ากับวันครู กระผมจะพาไปเจาะลึกเกี่ยวกับวันครูกันเลยครับผม

( ภาพโดย mthai จาก teen.mthai )

ก่อนอื่นเรามาทราบถึงความหมายของ "ครู" กันดีกว่าครับ

ความหมายของคำว่า "ครู"
ครู หมายถึง  ผู้สั่งสอนศิษย์ หรือ ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ ซึ่งจากที่มีผู้กล่าวมา คำว่า ครู นั้นมีรากศัพท์มาจากคำว่า ครุ (คะ-รุ) ที่แปลว่า "หนัก" ซึ่งเป็นการสื่อถึงหน้าที่ของ ครู ที่ต้องสั่งสอนอบรมพวกเราให้เป็นคนดี คนเก่งของสังคม นับว่าเป็นงานที่หนักมากไม่แพ้พ่อแม่เลย และการที่พวกเราจะสามารถประกอบอาชีพหาเลี้ยงตัวเองได้นั้น ก็จำเป็นต้องมี ครู ในการความรู้ ปูพื้นฐานเพื่อใช้ประกอบอาชีพอีกด้วย ครู จึงนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่เราควรให้ความเคารพ และแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อท่าน

รู้ความหมายของคำว่า "ครู" กันแล้ว งั้นเรามาทราบถึงความสำคัญของครูเพื่อจะได้ศึกษาเกี่ยวกับวันครูได้เต็มที่

( ภาพโดย คุณ yasofocus จาก Yasofocus )

ความสำคัญของครู
ในชีวิตของคนเราครูคนแรกก็คือพ่อและแม่ ตั้งแต่เกิดมาท่านสอนให้เราตั้งแต่เริ่มเดิน จนเติบใหญ่ก็สอนการเข้าสังคม และอื่นๆอีกมากมาย แต่นอกจากพ่อและแม่ของเราแล้วนั้นก็ยังมี ครู ทั้งที่โรงเรียนและในที่ต่างๆ ที่คอยสั่งสอน ประสิตวิชาให้กับศิษย์ทุกคน

ครูจึงนับเป็นปูชนียบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมาก ในการให้การศึกษาเรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการ และประสบการณ์ ตลอดเป็นผู้มีความเสียสละ ดูแลเอาใจใส่ สั่งสอนอบรมให้เด็กได้พบกับแสงสว่างแห่งปัญญา อันเป็นหนทางแห่งการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเอง รวมทั้งนำพาสังคมประเทศชาติ ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ฉะนั้นวันที่ 6 ตุลาคม จึงได้เป็นวันครูสากล เพื่อคนที่เป็นครูทั่วโลกที่เสียสละนำพาเราทุก ๆ คน ไปถึงฝั่งฝันนั่นเอง 


( ภาพโดย CRI จาก CRI )

ประวัติของวัน "ครู" ของเรา ^w^
วันครู ได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ. 2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า คุรุสภา เป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครูในขณะเดียวกัน ก็ทำหน้าที่ให้ความเห็นเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการ ควบคุมจรรยาและวินัยของครู รักษาผลประโยชน์ ส่งเสริมฐานะของครู จัดสวัสดิการให้ครู และครอบครัวได้รับความช่วยเหลือตามสมควร รวมไปถึง การส่งเสริมความรู้ และความสามัคคีของครู 

ทุกปีคุรุสภาจะจัดให้มีการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนครูทั่วประเทศแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา และซักถามปัญหาข้อข้องใจต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภาโดยมีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา เป็นผู้ตอบข้อสงสัย สถานที่ในการประชุมสมัยนั้นใช้หอประชุมสามัคคยาจารย์ หอประชุมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในระยะหลังใช้หอประชุมคุรุสภา 

ต่อมา พ.ศ. 2499 ในที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป.พิบูล สงคราม นายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติศักดิ์ ได้กล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวันครูว่า 

"ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่า วันครู ควรมีสักวันหนนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพสักการะต่อวันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ ทำทาน คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง" 

จากแนวความคิดนี้ และกระแสตอบรับของครูที่แสดงออกผ่านสื่อมวลชน ทุกภาคส่วน ต่างก็รวมพลังกันเป็นคลื่นมวลชน เรียกร้องให้มีวันครูให้ได้ เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณครู ที่สั่งสอนอบรมเรามาโดยตลอด ทั้งเป็นการให้นักเรียนทุกคนตระหนักถึง พระคุณครู ความเสียสละของครู ซึ่งประกอบคุณงามดีอันเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติเป็นอย่างมาก ในปีเดียวกันนั้นก็ได้มีการเสนอคณะกรรมการอำนวยการให้มีวันครูขึ้น โดยได้เสนอหลักการว่า เพื่อที่จะได้ประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพจารย์ ส่งเสริมความสามัคคีธรรมระหว่างครูและพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน 

ด้วยเหตุนี้ คณะมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2499 ให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็น วันครู โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็น วันครู และให้กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดังกล่าว 

งานวันครูได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 ในส่วนกลางใช้สถานที่ของกรีฑาสถานแห่งชาติเป็นที่จัดงาน ได้กำหนดเป็นหลักการให้มีอนุสรณ์งานวันครูไว้แก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี อนุสรณ์ที่สำคัญ คือ หนังประวัติครู หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ

และไหนๆก็วันครูแล้ว เรามาดูกันหน่อยว่า เราควรจะทำกิจกรรมอะไรเพื่อครูกันดี

( ภาพโดย Hilight Kapook จาก Kapook )

กิจกรรมในวันครู
ในวันครูก็มีอะไรหลายๆอย่างในเราได้ทำเพื่อครูกัน ในที่นี้ก็ขอเอาเป็นกิจกรรมแบบง่ายๆแล้วกันนะครับ

- เริ่นต้นก็แน่นอนครับ คือ การไหว้ครู โดยอาจจะไปไหว้ท่านถึงบ้านเลยก็เป็นได้ ฮาๆ อันนี้แล้วแต่ใครจะทำแล้วกันนะครับ แต่ก็อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ด้วยนะครับ
- การทำบุญ อีกตามเคยขอรับ ไม่มีวันไหนที่เราไม่ทำ ฮ่าๆๆ แต่ในที่อาจจะหลังจากไหว้ครูแล้วเราก็ชวนคุณครูที่เคารพของเราไปทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในวันครูนี้
- สำหรับคุณครูเองก็อาจจะจัดการกีฬาขึ้นเพื่อส่งเสริมความสามัคคี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเพื่อผ่อนคลายจากหน้าที่การงานกันอีกด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบันการจัดงานวันครู ได้มีการกำหนดให้จัดพร้อมกันทั่วประเทศ สำหรับส่วนกลางจัดที่หอประชุมคุรุสภาโดยมีคณะกรรมการจัดงานวันครู ซึ่งมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ประกอบด้วยบุคคลหลายอาชีพร่วมกันเป็นผู้จัด สำหรับส่วนภูมิภาคมอบให้จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ โดยตั้งคณะกรรมการจัดงานวันครูขึ้นเช่นเดียวกับ ส่วนกลางจะจัดรวมกันที่จังหวัดหรือแต่ละอำเภอ 

รูปแบบการจัดงานในส่วนกลาง (หอประชุมคุรุสภา) พิธีจะเริ่มตั้งแต่เช้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา คณะกรรมการอำนวยคุรุสภา คณะกรรมการการจัดงาน วันครู พร้อมด้วยครูอาจารย์และประชาชนร่วมกันใส่บาตรพระสงฆ์จำนวน 1,000 รูป 

หลังจากนั้นทุกคนที่มาร่วมงานจะเข้าร่วมพิธีในหอประชุมคุรุสภา นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเป็นประธานในงาน ดนตรีบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ นายกรัฐมนตรีบูชาพระรัตนตรัย ประธานสงฆ์ให้ศีล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวรายงานต่อนายกรัฐมนตรีกล่าวนำพิธีสวดคำฉันท์รำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ 

จากนั้นประธานจัดงาน วันครู จะเชิญผู้ร่วมประชุมยืนสงบ 1 นาที เพื่อรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว ต่อด้วยครูอาวุโสในประจำการ ผู้นำร่วมประชุมกล่าวปฏิญาณ

เรามาดูคำปฏิญาณตนของครุกันต่อเลยครับ

คำปฏิญาณตนของครู

ข้อ 1 ข้าจะบำเพ็ญตน ให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นครู 

ข้อ 2 ข้าจะตั้งใจฝึกสอนศิษย์ให้เป็นพลเมืองดีของชาติ 

ข้อ 3 ข้าจะรักษาชื่อเสียงของคณะครู และบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม 

          จากนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคล แล้วต่อด้วยนายกรัฐมนตรี มอบรางวัลครูดีเด่นประจำปี มอบของที่ระลึกให้ครูอาวุโสนอก และในประจำการ สุดท้ายกล่าวปราศรัยกับคณะครูที่มาประชุม

เอาล่ะ ปฏิญาณเสร็จแล้ว เรามาต่อด้วยระเบียบและมารยาทในวิชาชีพครูกันต่อเลยครับ

มารยาทและวินัยตามระเบียบประเพณีของครู 

1. เลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ 

2. ยึดมั่นในศาสนาที่ตนนับถือ ไม่ลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาอื่น 

3. ตั้งใจสั่งสอนศิษย์และปฏิบัติหน้าที่ของตน ให้เกิดผลดีด้วยความเอาใจใส่ อุทิศเวลาของตน ให้แก่ศิษย์ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่การงานไม่ได้ 

4. รักษาชื่อเสียงของตนมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ห้ามประพฤติการใด ๆ อันอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติและชื่อเสียงของครู 

5. ถือปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมอันดีงามของสถานศึกษา และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่การงานโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนของสถานศึกษา 

6. ถ่ายทอดวิชาความรู้โดยไม่บิดเบือนและปิดบังอำพราง ไม่นำหรือยอมให้นำผลงานทางวิชาการของตนไปใช้ในทางทุจริตหรือเป็นภัยต่อมนุษย์ชาติ 

7. ให้เกียรติแก่ผู้อื่นทางวิชาการ โดยไม่นำผลงานของผู้ใดมาแอบอ้างเป็นผลงานของตน และไม่เบียดบังใช้แรงงานหรือนำผลงานของผู้อื่นไป เพื่อประโยชน์ส่วนตน 

8. ประพฤติตนอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความเที่ยงธรรมไม่แสวงหาประโยชน์สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ 

9. สุภาพเรียบร้อยประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ รักษาความลับของศิษย์ ของผู้ร่วมงานและของสถานศึกษา 

10. รักษาความสามัคคีระหว่างครูและช่วยเหลือกันในหน้าที่การงาน

แต่ว่าไม่ใช่แค่ในไทยเท่านั้นนะครับ ที่มีวันครู งั้นเรามาดูกันดีกว่าครับว่าประเทศไหนมีวันครูกันบ้าง

รายชื่อประเทศที่มี วันครู
ประเทศที่มี วันครู ที่ไม่ใช่วันหยุด
- อินเดีย วันครูตรงกับวันที่ 5 กันยายน
- มาเลเซีย วันครูตรงกับวันที่ 16 พฤษภาคม 
- ตุรกี วันครูตรงกับวันที่ 24 พฤศจิกายน 

ประเทศที่มี วันครู เป็นวันหยุด
- แอลเบเนีย วันครูตรงกับวันที่ 7 มีนาคม 
- จีน วันครูตรงกับวันที่ 10 กันยายน 
- สาธารณรัฐเช็ก วันครูตรงกับวันที่ 28 มีนาคม 
- อิหร่าน วันครูตรงกับวันที่ 2 พฤษภาคม 
- ละตินอเมริกา วันครูตรงกับวันที่ 11 กันยายน 
- โปแลนด์ วันครูตรงกับวันที่ 14 ตุลาคม 
- รัสเซีย วันครูตรงกับวันที่ 5 ตุลาคม 
- สิงคโปร์ วันครูตรงกับวันที่ 1 กันยายน 
- สโลวีเนีย วันครูตรงกับวันที่ 28 มีนาคม 
- เกาหลีใต้ วันครูตรงกับวันที่ 15 พฤษภาคม 
- ไต้หวัน วันครูตรงกับวันที่ 28 กันยายน 
- ไทย วันครูตรงกับวันที่ 16 มกราคม 
- สหรัฐอเมริกา วันอังคารในสัปดาห์แรกที่เต็ม 7 วันในเดือนพฤษภาคม 
- เวียดนาม วันครูตรงกับวันที่ 20 พฤศจิกายน

แต่อีกอย่างที่สำคัญเลยก็คือคำขวัญครับ วันครูเองก็มีคำขวัญเพื่อเป็นกำลังใจแด่ครูทุกท่าน เรามาดูกันดีกว่าครับปีนี้คำขวัญวันครูคืออะไร

คำขวัญวันครู

คำขวัญวันครู ประจำปี 2556
( ภาพโดย Hilight Kapook จาก Kapook )

พ.ศ. 2556 เจ้าของคำขวัญ : นายสะอาด สีหภาค  
- แปดสิบพรรษา พระราชินี ราษฏร์รัฐภักดี ครูศรีแผ่นดิน

สุดท้ายนี้ ขอปิดด้วย เพลงพระคุณที่สาม ให้ไว้แด่ครูทุกท่านครับ

( วิดีโอ โดย คุณ liangza จาก Youtube )

Credit
data by

picture by

video by

Friday, January 11, 2013

วันเด็กแห่งชาติไทย นะเอิ้งเอ่ย

ใกล้กันแล้ว อีก 1 สัปดาห์เท่านั้นสำหรับวันที่เด็กหลายคนรอคอย และแน่นอนกระผมด้วย ^w^ นั้นคือ วันเด็กนั้นเองๆๆๆๆ เอิ้กๆ ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะในวันเด็กน่ะมีงาน TGS หรือ Thailand Game Show 2013 ที่ไบเทคบางนา นั้นเอง ฮ่าๆๆ ( สนแต่เกมจริง - -" ) ซึ่งถ้าใครได้เข้าเว็บไซต์ของ TGS แล้วก็จะเห็นว่าเค้านับเคาน์ดาวน์กันเลยล่ะเทอว์ สุดยอด! =^=b!...............  อ่ะๆๆ เดียวจะออกอ่าวกันไปไกล เอาล่ะ งั้นเรามาเริ่มเจาะลึกถึงวันเด็กๆแห่งชาติ ที่ไม่เด็กกันเลยดีกว่าครับ

จุดเริ่มต้นของวันเด็ก
( ภาพโดย kullanit จาก kullanit.wordpress.com )

สำหรับจุดเริ่มต้นของวันเด็กนั้น เด็กๆหลายคนอาจจะคิดว่า " ก็มันมีอยู่แล้วอ่ะ ม่ายเห็นต้องคิดมากอารายเย่ย =v= " ครับ แต่รู้กันมั้ยเอ่ย จุดเริ่มต้นจริงๆนั้นอยู่ที่องค์การสหประชาชาติขอรับ ทางเค้านั้นได้เล่งเห็นถึงปัญหาของเด็กในตอนนั้น ( ตาเหยี่ยวจริงๆ =^=b! ) ที่ถูกมองข้ามความสำคัญไปในฐานะกำลังสำคัญของชาติในอนาคต รวมไปถึงความคิดของผู้ใหญ่ในอดีตที่มักจะมองว่าเด็กๆยังไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องอะไรมาก ทำให้ทางองค์การสหประชาชาตินั้นลงความเห็นว่า สมควรอย่างยิ่งที่จะมีการกระตุ้นให้เด็กๆเห็นความสำคัญในตนเอง ซึ่งก็ได้เริ่มมีการประชุมกันในปี 1995 และในที่สุดองค์การสหประชาชาติก็ได้อนุมัติ เริ่มประกาศให้มีวันเด็กแห่งชาติขึ้นในปีนี้ ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก 40 กว่าประเทศก็ได้สามัคคีรวมพลัง จัดงานวันเด็กพร้อมๆกันไปเลยในปีเดียวกัน 555+

แล้วก็วันเด็กในไทย

( ภาพโดย คุณ L Change The World จาก widget sanook )

สำหรับวันเด็กในไทยนั้น หลังจากการประกาศให้มีวันเด็กๆ ^w^ โดยองค์การสหประชาชาติแล้ว ทางองค์การก็ได้ส่ง! สายลับมหากาฬ 00700 ตรงมายังไทย............................... ซะที่ไหน ฮาๆ ล้อเล่นน่ะครับ ทางเค้าก็ได้ส่งนาย วี เอ็ม กุลกานี ( ชื่อชวนให้อ่านว่า บี เอ็ม ดับเบิ้ลยู จัง ^ ^" ) ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศ มาพร้อมกับข้อร้องเรียน เอ๊ย! ข้อเสนอแนะมายังประเทศไทยผ่านทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย ใจความว่า " ตอนหนี่พวกไอ อนูมัด เรี่ยบร้อยแหล่ว ห้ายมีวันเด็ก! แห่งชาด พวกไออยากห้ายพวกยูจัดวันเด็กแห่งชาดด้วยกัน ^o^ " และไทยเราก็ได้รับทราบ แต่ในขณะนั้น สภาวัฒนธรรมแห่งชาติยังมิได้ถูกยุบเลิกไป คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณา และในที่สุดที่ประชุมได้เห็นชอบนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 ได้มีมติให้คณะรัฐมนตรีรับหลักการในการจัดงานวันเด็กและให้จัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการไปดำเนินการในการติดต่อประสานงานกับองค์กรทุกภาคส่วนในการจัดงานวันเด็ก ส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดงานนั้น.......................... เอิ่ม.......... ให้พูดดีมั้ยครับ ^ ^" ก็มาจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือ " หวย " ที่เราเล่นกันอยู่ในปัจจุบันนี่เอง ( ทีนี้ก็ภูมิใจได้แล้วล่ะครับ ว่าการเล่นหวยก็มีสาระ 555 )

ดังนั้น ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 ประเทศไทยจึงมีงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้นเป็นต้นมา ทางราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ และจัดติดต่อกันมาจนถึงปี พ.ศ. 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้น มีความเห็นต้องพ้องกันว่า สมควรอย่างยิ่งที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่เพื่อความเหมาะสม ด้วยเหตุผลสองประการคือ 

- ในเดือนตุลาคม ประเทศไทยยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็กไม่สะดวกในการมาร่วมงาน 
- วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง ( วันเด็กในตอนนั้นยังไม่ใช่วันหยุดราชการเหมือนในปัจจุบันครับ ) ไม่สามารถพาเด็ก ( ก็ลูกๆน่ะล่ะครับ ) ของตนไปร่วมงานได้ ตลอดจนเนื่องจากเป็นวันปรกติไม่ใช่วันหยุด ประจวบว่ามีงานวันเด็กอีก จึงทำให้การจราจรติดขัด ไม่สะดวกแก่การเดินทางนั้นเอง

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสนอ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 ประกาศเปลี่ยนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แต่ทว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กลับกลายเป็นข่าวร้ายสำหรับเด็กๆไปในทันที เนื่องจากวันที่เริ่มประกาศเปลี่ยนนั้น มันดันเลยวันที่เปลี่ยนใหม่ไปเสียแล้ว ( เลยวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมไปแล้ว ) จึงทำให้ในปี พ.ศ. 2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาตินั้นเอง ( มันน่า........ - -" ) และงานวันเด็กแห่งชาติได้เริ่มจัดขึ้นมาใหม่อีกครั้งใน พ.ศ. 2508 และจัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

แล้วเค้าจัดเพื่ออะไรกัน? เราจะมาเจาะลึกกันต่อครับ

วัตถุประสงค์การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

( ภาพโดย jabchai จาก jabchai )

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ที่รัฐบาลไทยกำหนดไว้ คือ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก สนใจในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็ก และช่วยเหลือสงเคราะห์เด็กเป็นพิเศษ เพื่อให้เด็กและและเยาวชนยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพื่อให้เด็กรู้จักหน้าที่ของตนและอยู่ในระเบียบวินัยอันดี และเพื่อเผยแพร่ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิของเด็ก

นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่า ทุก ๆ ปี ในวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพระราชทานพระบรมราโชวาท สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงโปรดประทานพระคติธรรม และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะมอบคำขวัญวันเด็ก แสดงให้เห็นว่าเด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดของชาติ เราจึงได้ยินคำพูดอยู่บ่อย ๆ ว่า "เด็กคืออนาคตของชาติ เด็กฉลาด ชาติเจริญ"

เอาล่ะ วันเด็กก็ต้องมีคำขวัญวันเด็กเป็นของคู่กัน งั้นเรามาเจาะลึกคำขวัญวันเด็กปีนี้กันดีกว่าครับ

คำขวัญวันเด็กปีนี้นะจ้ะ


ครับก็อย่างที่เห็น คำขวัญวันเด็กปีนี้โดย ยิ่งลักษร์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแห่งพรรคเพื่อไทย ได้แต่งขึ้นโดยยังคงรักษาสิ่งที่เน้นอยู่เสมอในทุกๆคำขวัญนั้นคือ ความมีระเบียบวินัยของเด็ก ให้เด็กขยันเรียนหนังสือ แต่ทว่าจุดสำคัญ ( น่าจะ ) อยู่ที่ " นำพาไทยสู่อาเซียน " นี่ล่ะครับ เหมือนเป็นการตอกย้ำให้เด็กๆเตรียมความพร้อมกันเพราะในอีก 2 ปีข้างหน้าจะเริ่มเข้าสู่อาเซียนกันแล้ว จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งผู้ใหญ่และเด็กๆ ให้พร้อมเปิดประเทศสู่อาเซียน ซึ่งจุดนี้ก็คือที่มาของประโยคนี้นั้นเอง

แล้ววันเด็กจะไม่มีอะไรทำกันเลยหรือ? ฮ่าๆ มีครับผม งั้นกระผมขอนำทุกๆคนไปดูกันดีกว่านะครับ ว่าควรจะเริ่มกิจกรรมอะไรกันดีในวันเด็กนี้

กิจกรรมในวันเด็กแห่งชาติ


ครับ ว่าแล้วเราก็มาดูกันเลยดีกว่าครับ กิจกรรมที่น่าทำในวันเด็กนี้

- ร่วมงานที่หน่วยงานต่างๆจัดขึ้นทั้งภาครัฐและเอกชน โดยในวันเด็กนั้นทุกภาคส่วนจะมีการจัดงานวันเด็กขึ้น ซึ่งมีทั้งกิจกรรมสนุกๆมากมาย และนอกจากนี้ยังมีของเล่นและขนม ( อันนี้ล่ะที่กระผมสนใจ กึ๊ย! ^w^" ) แจกกันอีกด้วย
- แสวงหาความรู้กันขอรับ ทั้งนี้ ในวันเด็กนั้นในหลายๆสถานที่และหลายๆพิพิทธภัณฑ์ได้มีการเปิดให้เข้าชมฟรีเป็นพิเศษแก่เด็กๆและผู้ใหญ่ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เข้าฟรี เอ๊ย! จะได้แสวงหาความรู้กันให้เต็มที่ ^ ^" ให้สมกับคำขวัญวันเด็กด้วย เหอๆๆ
- ไม่ว่าสำคัญวันไหนที่จะลืมไม่ได้เลยคือ การทำบุญตักบาตรนั้นเอง เพราะไม่ว่าจะวันไหนๆหากเรามีจิตใจที่แจ่มใสแล้ว ย่อมทำให้วันนั้นกลายเป็นวันที่ดีของเราได้ ก็อย่าลืมทำบุญกันด้วยนะครับ ^w^

และแน่นอนที่สุด ไม่ว่าจะไปสนุกที่ไหน สำคัญคือ อย่าลืมเพื่อนๆนะครับ ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งสนุก ใครไปที่ไหนก็พาเพื่อนๆไป ไม่แน่นะครับ อาจจะมีกระผมติดรถฟรี เอ๊ย! ติดตามไปสนุกด้วยกันก็เป็นได้ แหะๆ -v-"

สุดท้ายขอปิดด้วยภาพน่ารักๆ แล้วกันนะขอรับ

( ภาพโดย คุณ SheZaa จาก mthai )

Credit
data by

picture by

Sunday, December 9, 2012

รัฐธรรมนูญแห่งปวงชนชาวไทย


มาถึงแล้ว มาถึงแล้ว~~~~ กับอีกวันสำคัญของไทยเราครับ วันรัฐธรรมนูญ วันนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญเพราะเป็นวันที่เราได้กฏหมายอันเป็นกฏหมายแห่งประชาธิปไตยในการปกครองประเทศชาติร่วมกัน ดังนั้น เพื่อเป็นการรำลึกและตระหนักถึงความสำคัญของวันรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่นเรามาดูความหมายของรัฐธรรมนูญกันก่อนนะครับ

( ภาพโดย คุณ krumuti จาก Yenta4 )

รัฐธรรมนูญ หมายถึง........?
รัฐธรรมนูญ หมายถึง รัฐธรรมที่ไม่แบน! ( ไร้สาระทุกสถานการณ์ - -" ) ล้อเล่นครับ เอาจริงๆล่ะครับ
รัฐธรรมนูญ หมายถึง กฎหมายว่าด้วยระเบียบการปกครองประเทศ


วันรัฐธรรมนูญมีความเป็นมาอย่างไรเอ่ย.......?

เริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 เป็นวันที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตยมาเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศโดยสมบูรณ์

ซึ่งต่อมาในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย

ดังนั้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงวันที่เราชาวไทยได้รัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวรมา ทางการเลยกำหนดให้ทุกวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ

สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนล่้ะ?

- พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรีทรงมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย

- หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และไทยเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้แก้ไขปัญหาโดยปลดข้าราชการออก ทำให้เหล่าข้าราชการที่ถูกปลดออกเกิดความไม่พอใจ

- อิทธิพลจากตะวันตกเกี่ยวกับอุดมการทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ทำให้กลุ่มคนหนุ่มสาวเกิดความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองอย่างฉับพลัน

- รัฐบาลได้ออกกฏหมายเก็บภาษี อาทิ ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน จากราษฎร

           จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยก่อการปฏิวัติ และเมื่อคณะปฏิวัติได้่ก่อการปฏิวัติสำเร็จ ก็ได้คณะผู้รักษาการพระนครฝ่ายทหารซึ่งประกอบด้วยพันเอก พระยาพหลพยุหเสนา พันเอกพระยาทรงสุรเด และพันเอกพระฤทธิอาคเนย์ มาเป็นผู้บริหารประเทศ
          วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียกว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว" สาระสำคัญของธรรมนูญการปกครองฉบับนี้ได้แก่ การที่กำหนดว่าอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศหรืออำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย การใช้อำนาจสูงสุดก็ให้มีบุคคลคณะบุคคลเป็นผู้ใช้อำนาจแทนราษฎรดังนี้ คือ

- พระมหากษัตริย์
       
- สภาผู้แทนราษฎร
       
- คณะกรรมการราษฎร
       
- ศาล

          ลักษณะการปกครองแม้จะเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยแต่ก็ยังคงถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ เป็นสถาบันที่ควรคงถาวรไว้และมีการสืบราชสมบัติต่อไปในพระราชวงศ์ สำหรับการปฏิบัติราชการต่างๆของกษัตริย์นั้น จะต้องมีกรรมการราษฎรผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ โดยได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการราษฎรจึงจะใช้ได้


ปัจจุบัน รัฐธรรมนูญมีมากี่ฉบับแล้ว?

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทั้งหมด 18 ฉบับครับ
รัฐธรรมนูญ ฉบับแรกของไทย มีชื่อว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475" จากนั้น ราชอาณาจักรไทย ก็ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาตามลำดับซึ่งฉบับปัจจุบัน ( ที่ยังคงตกลงกันไม่เสร็จ ^w^" ) คือ

- รัฐธรรมนูญฉบับที่ 18 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 (24 สิงหาคม 2550 - ปัจจุบัน)

ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือว่าเป็นกฎหมายไทยฉบับแรกที่เมื่อร่างเสร็จและได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว มีการเผยแพร่ให้ประชาชนได้ลงประชามติด้วยในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ว่าจะยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ผลปรากฏว่าผู้มาลงประชามติร้อยละ 57.81 เห็นชอบ และร้อยละ 42.19 ไม่เห็นชอบ

แต่ทว่ารัฐธรรมนูญนี้นั้นดันร่างในช่วงที่การเมืองไทยกำลังอยู่ในภาวะไม่แน่นอน ทำให้การร่างรัฐธรรมนูญกลายเป็นการสร้างสนามรบระหว่างสองฝ่าย ระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่คัดค้าน นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นๆอีกไม่ว่าจะเป็นการที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ การที่ คมช. ผูกขาดการสรรหาสมาชิก สสร. และในเนื้อหาสาระของร่างก็มีประเด็น เช่น มีการกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาเกือบกึ่งหนึ่งของจำนวนมาจากการแต่งตั้ง รวมถึงการนิรโทษกรรม คมช. เองสำหรับการก่อรัฐประหาร ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่เป็นเนืองๆในปัจจุบัน

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกแก้ไขสองครั้งในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 โดยมีประเด็นที่แก้ไขคือ ระบบการเลือกตั้ง (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 มาตรา 93-98) และข้อกำหนดในการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 มาตรา 190)

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีสาระสำคัญอะไรที่เราควรจะรู้บ้าง?
ครับ สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 นั้นมีทั้งหมด 309 มาตราครับ โดยมีเนื้อหาสาระตามหมวดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

- คำปรารภ
    
- หมวด 1 บททั่วไป (มาตรา 1-7)
    
- หมวด 2 พระมหากษัตริย์ (มาตรา 8-25)
    
- หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย (มาตรา 26-69)
    
- หมวด 4 หน้าที่ของชนชาวไทย (มาตรา 70-74)
    
- หมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ (มาตรา 75-87)
    
- หมวด 6 รัฐสภา (มาตรา 88-162)
    
- หมวด 7 การมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน (มาตรา 163-165)
    
- หมวด 8 การเงิน การคลัง และงบประมาณ (มาตรา 166-170)
    
- หมวด 9 คณะรัฐมนตรี (มาตรา 171-196)
    
- หมวด 10 ศาล (มาตรา 197-228)
    
- หมวด 11 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ (มาตรา 229-258)
   
- หมวด 12 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ (มาตรา 259-278)
    
- หมวด 13 จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ (มาตรา 279-280)
    
- หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา 281-290)

- หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (มาตรา 291)
    
- บทเฉพาะกาล (มาตรา 292-309)


( ภาพโดย คุณ สิทธิศักดิ์ จาก Pattayadaily News )

วันรัฐธรรมนูญมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
มีการจัดพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลฉลอง ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทุกปีสืบมา งานนี้เป็นงานพระราชพิธีและรัฐพิธีร่วมกัน และมีพิธีการวางพวงมาลาถวายสักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และจะมีการประดับธงชาติบริเวณอาคารบ้านเรือน 

นอกจานี้ยังมีการจัดงาน "เด็กไทย รักรัฐสภา" พร้อมเปิดโอกาสให้ตัวแทนเยาวชนได้สัมภาษณ์ และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ

Credit:
data by

picture by

Wednesday, December 5, 2012

วันพ่อแล้ว บอกรักพ่อรึยังครับ


ก่อนหน้าวันพ่อไม่กี่วัน ทุกๆคน ( และกระผม ^w^ ) ก็คงจะได้ดูโฆษณาใหม่ของ Dtac กันแล้วแน่ๆ บอกได้ครับเดียวครับ ซึ้ง~ T^T


เป็นอะไรที่สะเทือนจริงๆ เห็นแล้วอยากกดไปโทรกับเพื่อน เอ๊ย! กับพ่อ สัก 30 นาทีจริงๆ -v-" ( เริ่มส่อแว่วชั่วร้ายแล้วสิ - -" ) ก็นะครับ ในที่สุดวันสำคัญของอีกหนึ่งคนในครอบครัวเรา เป็นเสาหลักของ ( เกือบๆ =w=" ) ทุกครอบครัว และเป็น ( บางครั้งก็รองจาก ^ ^" ) หัวหน้าครอบครัว และก็เป็นคนที่ในบางครั้งก็ถูกเราๆลืม ( ไปเสียสนิท -w-" ) คนๆนั้นก็คือ.......................... คุณพ่อเองคร้าบ~~~~~~~

คุณพ่อของเราเป็นทั้งพระอรหันต์ เป็นทั้งครูคนแรกผู้สอนเรา และเป็นอีกหนึ่งผู้คอยปกป้องเรา ดังนั้น ณ โอกาสนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีกันแล้ว วันพ่อแห่งชาติที่จะถึงนี้ กระผมขอเชิญทุกๆคนพักทุกอย่างแล้วก็ไปกราบท่าน บอกรักท่านให้ท่านชื่นใจ หรือบางคนก่อนจะเริ่มก็อาจจะมีของขวัญหรือดอกพุทธรักษากันสักนิดก่อนไปกราบท่านก็เป็นการดี แต่จะมีหรือไม่มีก็ไม่สำคัญครับ ขอแค่ทำด้วยใจจริง ก็ถือว่าเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูของเราๆทุกคนแล้ว ^w^b


กราบพ่อกัน~~~~
( ภาพโดย กลิตเตอร์คลับ จาก my3friend )


เอ้าล่ะ กราบพ่อ บอกรักพ่อกันเสร็จแล้ว เรามาเจาะลึกกันถึงประวัติวันพ่อกันให้ถึงแก่นไปเลยครับผม

ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของวันพ่อแห่งชาติของไทยเรา อันเนื่องด้วย วันที่ 5 ธันวาคม นั้นเปรียบเหมือนวันพระราชสมภพ เอาง่ายๆก็วันคล้ายวันพระราชสมภพละนะครับ แต่ทว่าวันนี้ไม่ได้มีที่มาจากจุดนี้หรอกนะครับ แล้วต้นกำเนิดมาจากไหน?

ต้นกำเนิดวันพ่อแห่งชาติ นะจ้ะ~ ;)

วันพ่อแห่งชาตินั้นมีการกำเนิดและเริ่มต้นที่โบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองแฟร์มอนต์ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ โดย ชายนาม จอห์น บี. ดอดด์ ชาวอเมริกัน ครับ ได้ริเริ่มแนวคิดวันพ่อแห่งชาติ และเริ่มจัดวันพ่อแห่งชาติครั้งแรกขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 และหลังจากนั้นแนวคิดของลุงจอห์น ก็ได้ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกในเวลาต่อมา

โดยหลังจากนั้นประเทศต่างๆทั่วโลกก็ได้มีการกำหนดวันพ่อแห่งชาติในวันที่ต่างกันและมีการจัดงานที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย สำหรับวันพ่อแห่งชาติของแต่ล่ะประเทศที่มีการการจัดงานวันพ่อแห่งชาตินั้นก็มีดังต่อไปนี้ครับ

- วันที่ 19 มีนาคม เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศสเปน โปรตุเกส อิตาลี


- วันที่ 8 พฤษภาคม เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศเกาหลีใต้

- วันที่ 5 มิถุนายน เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศเดนมาร์ก

- วันอาทิตย์ที่สามของเดือนมิถุนายน เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศญี่ปุ่น อาร์เจนตินา ไอร์แลนด์ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร

- วันที่ 23 มิถุนายน เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศโปแลนด์

- วันอาทิตย์ที่สองของเดือนสิงหาคม เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศบราซิล

- วันอาทิตย์แรกของเดือนกันยายน เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

- วันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤศจิกายน เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศฟินแลนด์ สวีเดน นอร์เวย์

และ วันที่ 5 ธันวาคม ก็เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศไทยจ้า~~~

พ่อผมสุดยอดที่สุดเลย~~~~ ^w^
( ภาพโดย กลิตเตอร์คลับ จาก my3friend )

เอ้าล่ะ ทุกคนก็ได้รู้ถึงที่มาที่ไปกันแล้ว ต่อไปเราจะมาเจาะลึกกันครับว่า ทำไมในประเทศไทยถึงต้องเอาวันพ่อแห่งชาติเป็นวันเดียวกันกับวันคล้ายวันพระราชสมภพด้วย

เหตุไฉนต้อง 5 ธันวาฯ กันหน่อ~ ใคร่อยากรู้~


ครับ สาเหตุอย่างที่กล่าวข้างต้นไปว่าเนื่องด้วยวันนี้คือวันคล้ายพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470 ครับ สำหรับเหตุที่ว่าทำไมวันพ่อแห่งชาติในไทยต้อง 5 ธันวาคมด้วยนั้น เมื่อ พ.ศ.2523 คุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต นายกสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษาเป็นได้ริเริ่มจัดงาน วันพ่อแห่งชาติ เนื่องจาก "พ่อ" คือผู้ที่ควรได้รับการเทิดทูน และยกย่อง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯนั้นก็ได้ทำหน้าที่พระราชบิดาอย่างสมบูรณ์ ทรงทะนุบำรุงพระราชโอรส และพระราชธิดาทั้งสองของพระองค์ด้วยความรัก ทรงอบรมอนุศาสน์ให้ทรงเจริญวัยสมบูรณ์ และทรงบำเพ็ญคุณานุประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเพื่อให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท นอกจากนี้ท่านยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ได้บำบััดทุกข์บำรุงสุขเหล่าพสกนิกรโดยทั่วหน้า ถือได้ว่าท่านเปรียบเสมือน "พ่อ" ของเราทุกคน ดังนั้น จึงสมควรแล้วที่จะกำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคมนั้นเป็นวันพ่อแห่งชาติเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทต่อไป

 ครับ จัดแล้วก็ต้องมีวัตถุประสงค์กันหน่อยล่ะ สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานวันพ่อแห่งชาตินั้นมีดังต่อไปนี้ครับ

- เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

- เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม

- เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ

- เพื่อให้ผู้เป็นพ่อ สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน

- เพื่อประกาศเกียรติคุณให้กับพ่อ และลูกที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนได้เป็นอย่างดี สมควรแก่การยกย่องของสังคม

- เพื่อรักษาประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยให้คงอยู่ต่อไป


แต่ทว่านะครับ วันนี้ไม่ใช่แค่วันพ่อแห่งชาติซะด้วยสิ

อันที่จริงแล้วนอกจากวันนี้นอกจากจะเป็นพ่อแห่งชาติแล้ว ยังถือว่าเป็นวันชาติของไทยอีกด้วย OwO! ( สองวันควบเลย =w="b ) แล้ววันพ่อแห่งชาติไปเกี่ยวอะไรกับวันชาติของไทย? แต่เดิมนั้นวันชาติของไทยคือ 24 มิถุนายนครับ เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ( ระบอบการปกครองโดยมีกษัตริย์เป็นศูนย์กลางอำนาจครับ ) มาเป็นการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย โดยได้มีการเฉลิมฉลองวันชาติครั้งแรกในปี พ.ศ. 2482 ซึ่งก็เป็นสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกฯ ขอรับ

แล้วที่ต้องเปลี่ยนก็เพราะต่อมาในสมัย นายกฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นั้น ได้มีการกำหนดวันชาติของไทยโดยเปลี่ยนแปลงจากวันที่ 24 มิถุนายน เป็น วันเดียวกับวันคล้ายพระราชสมภพหรือ วันที่ 5 ธันวาคม นั้นเองครับ สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนก็เพราะความไม่เหมาะสมในหลายๆประการของวันเดิม ( 24 มิถุนายน ) คณะกรรมการก็เกิดความคิดคล้อยตามกันว่า เพื่อให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นหลักการสมัครสมานสามัคคีและศูนย์รวมจิตใจของทุกคนในชาติไทย จึงควรถือเอาวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย โดยยกเลิกวันชาติในวันที่ 24 มิถุนายนเสีย ดังนั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ประเทศไทยจึงได้ถือเอาวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็น "วันชาติ" ของไทยด้วย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

Credit:
data by

picture by
รวมกลิตเตอร์ Glitter สวยๆ by กลิตเตอร์คลับ at my3friend.com 
พูดแบบผู้ใหญ่ by รองศาสตราจารย์สุขุม นวลสกุล at home.truelife.com